HUMANITY

เสียงของ ‘มูจี’ จากผู้หนีภัยการสู้รบ สู่แรงงานก่อสร้าง ขอทำงานยืนด้วยตัวเอง

มูจี วัย 44 ปี หนึ่งในแรงงานกลุ่มแรกจากพื้นที่ชั่วคราวบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ที่ได้รับโอกาสเข้ามาทำงานกับบริษัท ธนาภาก่อสร้าง จำกัด ภายใต้มาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ได้ออกมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมูจีทำงานในตำแหน่งนี้มาได้ 4 เดือนแล้ว

เลิกแบมือรับความช่วยเหลือ ตัดสินใจออกแรงเพื่อยืนด้วยลำแข้งตัวเอง

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจก้าวออกจากพื้นที่พักพิงที่เคยอยู่มานาน มูจีบอกว่าที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ มาเป็นเวลานานจนถึงจุดที่มองว่าจำเป็นต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้

“เราได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ มานานแล้ว ตอนนี้จำเป็นแล้วที่เราจะต้องยืนด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจที่อยากจะหาเงินด้วยตัวเองก็เลยออกมา”

ความสุขจากหยาดเหงื่อและเงินเดือนก้อนแรกในชีวิตการทำงาน

ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา มูจีเล่าถึงความรู้สึกในการใช้ชีวิตในโลกการทำงานว่ามีความสุขอย่างมาก โดยเฉพาะความภาคภูมิใจที่ได้รับจากรายได้ก้อนแรก

“มีความสุข รู้สึกได้ว่าเงินตัวเองที่ตัวเองทำงาน เงินเดือนก้อนแรกที่ตัวเองได้ทำงาน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของคนที่ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดมาเป็นเวลานาน”

ส่งต่อรายได้ดูแลครอบครัวในแคมป์อพยพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

สำหรับเงินเดือนก้อนแรกที่หามาได้ มูจีเลือกที่จะส่งกลับไปให้ภรรยาและลูกที่ยังอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง โดยที่ตนเองใช้เพียงค่าอาหารส่วนตัวเท่านั้น เนื่องจากสถานที่ทำงานมีสวัสดิการพร้อมทุกอย่าง

“ที่นี่มีพร้อมทุกอย่างแล้ว มันเลยไม่ขาดเหมือนที่นู่น เราก็เลยจะส่งเงินไปให้ที่โน่น ให้เขาได้กินได้อยู่”

ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อไม่ต้องรอคอยเพียงความช่วยเหลือจากผู้อื่น

มูจีสะท้อนถึงคุณค่าของการทำงานว่าสิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากตัวเงินคือความภาคภูมิใจในตนเอง “อย่างน้อยคือเราไม่ต้องแบมือรับจากคนอื่น เราทำงานก็หาเงินได้เอง เราเลยรู้สึกกลับมามีศักดิ์ศรี” เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการเป็นผู้รับความช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว

ส่งสารแรงใจถึงเยาวชนในพื้นที่พักพิง กล้าก้าวออกมาสร้างโอกาสให้ชีวิต

มูจีกล่าวว่าอยากให้เพื่อน ๆ และเยาวชนในแคมป์ที่ยังไม่มีงานทำ ตัดสินใจออกมาลองหาประสบการณ์และสร้างรายได้ด้วยตนเองเหมือนกับเขา “อยากให้ตัดสินใจออกมา เพราะในแคมป์ก็มีเยาวชนที่ยังไม่มีงานอีกเยอะแยะ อยากให้เขามายืนด้วยตนเอง มาหาเงินด้วยตนเอง และทำงานด้วยตนเอง”

ย้ำความอดทนและการเคารพสัญญานายจ้าง เพื่อรักษาโอกาสของแรงงานรุ่นต่อไป

‘มูจี’ ฝากข้อคิดสำคัญถึงคนในแคมป์ว่าเมื่อได้โอกาสออกมาแล้วต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ “อยากจะบอกให้ทำงานให้อดทน ให้เรียบร้อยตามสัญญา อย่าหนีกลับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่อยากจะบอกให้คนในแคมป์ได้ทราบ” เขาเน้นย้ำว่านายจ้างดูแลอย่างดี จึงอยากให้แรงงานอดทนและตั้งใจ ไม่ใช่แค่มาเที่ยวเล่น และอยากให้คนที่อยู่ในแคมป์มานานกว่า 20-40 ปี เริ่มหันมาเปลี่ยนใจเพื่อสร้างตัวตนใหม่

ความหวังเรื่องบัตรประจำตัว ประตูสู่เสรีภาพรวมถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่

เมื่อพูดถึงความคืบหน้าเรื่องการออกบัตรประจำตัวให้ผู้หนีภัยการสู้รบที่กำลังจะเกิดขึ้น มูจีแสดงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด โดยบอกว่าสิ่งนี้คือความหวังสูงสุดอย่างหนึ่ง

“มีความสุขและรู้สึกเหมือนว่าเราจะได้อิสระ” ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการใช้ชีวิตในฐานะแรงงานที่มีตัวตนและถูกต้องตามกฎหมายในอนาคต

รายงาน: ชฎาภรณ์ ภาษีเนตร

Related Posts

Send this to a friend