‘ภราดร’ เผยคุย ‘เพื่อไทย‘ แล้ว หลัง ‘ภูมิใจไทย’ ถอนตัวร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันนี้ (4 มิ.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยได้หารือกันว่าเนื่องจากเรามีข้อกังวลมาจากฝ่ายกฎหมาย และคนที่ดูเรื่องรัฐธรรมนูญมาตลอด อาทิ นายนิกร จำนง และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งได้ท้วงติงขึ้นมาว่าร่างของพรรคเพื่อไทยจะมีปัญหาไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ซึ่งในร่างของพรรคเพื่อไทยได้กำหนดเอาไว้ว่า ให้ในแต่ละจังหวัดไปเลือก ส.ว. 3 คน แล้วส่งให้ทางรัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน ด้วยเหตุนี้พรรคภูมิใจไทยจึงมองว่าอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
นายภราดรกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงได้หารือกับพรรคเพื่อไทยว่าในกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยประมาณ 30 คนไปร่วมสนับสนุนในร่างของพรรคเพื่อไทย แต่เนื่องจากพรรคมีความกังวลในข้อกฎหมายแบบนี้ จึงขออนุญาตใช้สิทธิของสมาชิกพรรคขอไม่ลงชื่อร่วมสนับสนุนในร่างดังกล่าว ซึ่งตนได้มีการคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยแล้ว
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะกลับไปแก้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายภราดรกล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้บอกความกังวลไปแล้วว่าความกังวลของเราต่อพรรคเพื่อไทยคืออะไร ฉะนั้นหลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่พรรคเพื่อไทยที่จะไปพูดคุยกันในพรรคว่ามีความเห็นต่อข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทยแบบไหน และจะดำเนินการแก้ไขร่างอย่างไรก็สุดแล้วแต่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการ
ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยแก้ไขข้อกังวลแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ นายภราดรระบุว่า ขอไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าเราได้มีการหารือกันมาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านกฎหมายแล้ว เขาก็บอกว่าพรรคเพื่อไทยมี 70 เสียง ไม่สามารถที่จะยื่นได้ พวกตนจึงบอกว่าเรามีความพร้อมที่จะสนับสนุน แต่เมื่อมีข้อกังวลแบบนี้ก็ต้องบอกกันตรง ๆ
ส่วนกรณีที่มีคนมองว่าอาจทำให้กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายภราดรยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้าจะกระทบกันก็คือต้องไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่งอาจจะมีความเข้าใจผิดกันได้บ้าง แต่เมื่อมีการพูดคุยและหารือกันตลอดแบบนี้ เชื่อว่าไม่มีกระทบกระเทือนกัน เพราะฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องแยกส่วนกัน เช่นเดียวกับที่นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายนิติบัญญัติก็ให้ทางรัฐสภาดำเนินการ หรือหากมีข้อกังวลตรงไหนก็ให้ไปพูดคุยกัน ในขณะที่ฝ่ายบริหารก็ทำงานของฝ่ายบริหารไป











