‘ชัยวัฒน์’ ลงทุ่งครุ ชูนโยบายดูแลผู้ป่วยติดเตียง ส่งผู้ช่วยดูแลสัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง
‘ชัยวัฒน์’ ลงพื้นที่เขตทุ่งครุ เยี่ยมลุงแหวง บอกเข้าใจดีเพราะพ่อตนก็ป่วยติดเตียง รับปากหากได้เป็นผู้ว่าฯ จะมีนโยบายจัดผู้ช่วยมาดูแลสัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง
วันนี้ (2 มิ.ย.69) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และ นายมหัทธวัฒน์ พรเภตรา ผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนทุ่งครุพัฒนา เพื่อนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่เป็นปัญหาหลักในพื้นที่
ในช่วงเช้า นายชัยวัฒน์ได้พบปะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาผู้สูงอายุและปัญหารถติด ก่อนจะขึ้นรถแห่ไปยังบ้านของ “ลุงแหวง” ผู้ป่วยติดเตียงจากการลื่นล้มภายในบ้านเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยภรรยาของลุงแหวงเป็นผู้ดูแล เล่าให้ฟังว่าต้องดูแลกันเอง เนื่องจากไม่มีลูกหลาน ซึ่งการเรียกรถไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งต้องจ้างคนรับส่งครั้งละ 1,000-3,000 บาท หากจะเรียกบริการของภาครัฐก็ต้องจองคิว ซึ่งยากมาก
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนเองเห็นแล้วรับรู้ได้ถึงความยากลำบากในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ตนเองได้มาเยี่ยมแล้วรู้สึกว่าเหมือนพ่อของตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียงเหมือนกัน พร้อมรับปากว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะมีนโยบายให้ผู้ช่วยเข้ามาดูแลสัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง
เรามีนโยบายที่จะช่วยเหลือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 15,000 คน และจำนวนมากอาศัยอยู่ในเขตทุ่งครุ นโยบายผู้ป่วยติดเตียงของเราจะสร้างงานอาสาสมัครมาดูแลผู้สูงอายุ ทำเป็นงานประจำเลย จากเดิมที่เป็นลักษณะงานอาสา แล้วรายได้ค่อนข้างน้อย ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ทำให้การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หากเรามีผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้มาตรฐาน ได้เงินเดือนขั้นต่ำชั่วโมงละ 120 บาท หากดูแลผู้ป่วยสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ก็ตกเดือนละ 15,000 บาท สามารถสร้างงานประจำได้ประมาณ 5,000 ตำแหน่งเข้ามาเสริมครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ติดเตียง
ส่วนที่ผู้ป่วยติดเตียงแต่ละคนต้องใช้เงินเรียกรถไปสถานพยาบาลรอบละหลักพันบาท นายชัยวัฒน์ระบุว่า เป็นภาระเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอีกมากสำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง โดยเราจะมีนโยบายช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แม้ของเดิมสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีการให้สิทธิอยู่แล้วแต่ปัญหาที่เรารับฟังจากประชาชนคือต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานานและมีสิทธิไม่เพียงพอ กทม. จึงสามารถเข้ามาเสริมเรื่องนี้ได้ ด้วยตนคิดว่าจะมีรถมาเสริมปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 เที่ยว เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียงสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น เราอยากทำให้ กทม. เป็นเมืองที่แคร์คนมากขึ้น และการแคร์ผู้ป่วยติดเตียงแคร์ผู้สูงอายุก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลคนใน กทม.












