DEEPSOUTH

นมแม่หยดสุดท้ายที่ ‘ครูฟาตีเมาะ’ ปั๊มทิ้งไว้ให้ ทารกน้อยวัย 35 วัน ได้ดื่มในวันที่แม่ได้จากไปแล้ว

นมแม่หยดสุดท้ายที่ ‘ครูฟาตีเมาะ’ ปั๊มทิ้งไว้ให้ ‘น้องอัฟฟรีนา’ ทารกน้อยวัย 35 วัน ได้ดื่มในวันที่แม่ได้จากไปแล้ว

วันนี้ (26 พ.ค. 69) The Reporters เข้าเยี่ยม ด.ญ. อัฟฟรีนา หะยีสุหลง วัย 35 วัน ที่สูญเสียแม่จากเหตุคนร้ายลอบยิง ด.ต. อดุลย์ หะยีสุหลง ระหว่างขับรถไปรับลูกที่หน้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ เมื่อเย็นวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่สะเทือนใจอย่างยิ่งที่ทารกน้อยได้ดื่มนมแม่หยดสุดท้ายที่ปั๊มทิ้งไว้ และหลังจากนี้หนูน้อยจะไม่ได้ดื่มนมแม่จากครูฟาตีเมาะ ยะโง๊ะ อีกแล้ว

ป้ารอซีด๊ะ หะยีสุหลง พี่สาวของพ่อ มารับหน้าที่ดูแลหลานตัวน้อยที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ทีมงานได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจน้องซึ่งน่ารักมาก ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเคารพสิทธิเด็ก ขอแจ้งว่าน้องปลอดภัยแล้ว มีเพียงแผลถลอกที่ท้องเล็กน้อยเท่านั้น และยังมีนมแม่ที่ปั๊มทิ้งไว้ให้น้องได้ดื่มอีกหลายวัน แต่หลังจากนี้คงต้องใช้นมผสมดูแลน้องให้เติบโตต่อไป

  • เด็ก 4 คน ต้องกำพร้าแม่ น้องอัฟฟรีนาจะไม่ได้ดื่มนมแม่อีกแล้ว

ไม่เพียงน้องอัฟฟรีนา วัย 35 วัน ซึ่งเป็นลูกคนที่ 4 ที่อยู่ในรถคันเกิดเหตุ แต่ยังมีพี่ชายคนที่ 3 วัยเพียง 2 ขวบ อยู่ในรถคันเกิดเหตุด้วย น้องนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ แม้จะปลอดภัยแต่สภาพจิตใจย่ำแย่มาก น้องจำเหตุการณ์ได้และป้าบอกว่าเมื่อคืนก็นอนไม่หลับ ด้านนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลระบุว่า จะส่งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ พม. ไปช่วยดูแลสภาพจิตใจของเด็ก ๆ รวมถึงพี่ชายอีก 2 คน อายุ 7 ปี และ 8 ปี

  • พ่อที่เข้มแข็งจะเลี้ยงดูลูกต่อไป

The Reporters ได้ไปเยี่ยม ด.ต. อดุลย์ หะยีสุหลง พร้อมท่านผู้ว่าฯ ปัตตานี ขณะนี้ ด.ต. อดุลย์ ปลอดภัยแล้วเช่นกัน อาการถูกยิงที่ขาไม่สาหัส และมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกยิง ด.ต. อดุลย์ มีสติขับรถหนีคนร้ายเข้ามาในโรงเรียนเพราะเป็นพื้นที่ปลอดภัย ก่อนจะมารู้ทีหลังว่าภรรยาถูกยิง เขาเป็นห่วงภรรยาและลูกมาก ในใจขอให้ภรรยาและลูกทั้ง 2 คนปลอดภัย แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับข่าวร้าย สูญเสียภรรยาอันเป็นแม่ของลูก 4 คน ซึ่งนับแต่วันนี้เขาต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลลูกทั้ง 4 คนต่อไป

  • การกระทำที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม

ในการลงพื้นที่ The Reporters ได้ไปดูจุดเกิดเหตุ พบว่าคนร้าย 4 คน แต่งกายเป็นผู้หญิงคลุมฮิญาบ ตั้งใจมาก่อเหตุต่อ ด.ต. อดุลย์ อย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. ที่โรงเรียนเปิดเทอม ด.ต. อดุลย์ จะขับรถมารับลูกที่หน้าโรงเรียน เนื่องจากครูฟาตีเมาะที่สอนอยู่โรงเรียนนี้ลาคลอด แต่เมื่อวานนี้ครูฟาตีเมาะขอมารับลูกด้วยกันเพราะจะมาซื้อชุดรายอให้ลูก ๆ และลูกคนที่ 3 วัย 2 ขวบลาโรงเรียน จึงเดินทางมาด้วยกัน 4 คน

  • คนร้ายตั้งใจยิงซ้ำ จนทำให้ครูฟาตีเมาะเสียชีวิต

จากการตรวจสอบบริเวณทางเข้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ คนร้าย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาดักซุ่มรออยู่ข้างทาง เมื่อรถยนต์ของ ด.ต. อดุลย์ เลี้ยวเข้ามาประมาณ 100 เมตร ก็กระหน่ำยิงไปที่ด้านหน้ารถ แต่ ด.ต. อดุลย์ มีสติ ขับรถหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียนอีก 400 เมตร ไปจอดด้านหน้ามัสยิด ทำให้คนร้ายไม่สามารถตามเข้ามาได้

จากร่องรอยกระสุนที่รถยนต์ 13 จุด พบว่ามี 2 จุดที่กระโปรงท้ายรถ กระสุนทะลุเบาะไปด้านหลัง ทำให้ครูฟาตีเมาะที่นั่งอุ้มลูกอยู่เบาะหลังเสียชีวิต ส่วนลูกวัย 2 ขวบด้านหน้าปลอดภัย

  • คนร้ายตั้งใจแต่งกายเป็นหญิงเลี่ยงจุดตรวจ

พ.ท. สุกฤษฐ์​ กาญจนคลอด ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 บอกกับทีมงานระหว่างร่วมงานละหมาดฮายัตและแสดงพลังยุติความรุนแรงที่ อ. ยะรัง ว่า คนร้ายจงใจแต่งกายเป็นผู้หญิงคลุมฮิญาบเพื่อเลี่ยงจุดตรวจ ซึ่งเป็นการกระทำที่เลวร้าย และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวทั้ง 4 คน มาดำเนินคดีให้ได้

  • การสูญเสียครูฟาตีเมาะ อันเป็นที่รักของเพื่อนครูและนักเรียน

นายมูฮัมหมัด หะยีเต๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ครูฟาตีเมาะทำงานที่โรงเรียนมากว่า 10 ปี จากการเป็นครูสอนก็มาทำงานห้องธุรการ เป็นที่รักของเพื่อนครูและนักเรียน ช่วงลาคลอดเพื่อนครูบอกว่าครูฟาตีเมาะอยากกลับมาโรงเรียนแล้ว ดีใจที่วันที่ 6 มิ.ย. นี้จะได้พบกัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

The Reporters พบเพื่อนครูคนหนึ่งที่เข้าไปอุ้มครูฟาตีเมาะออกจากรถในสภาพที่ถูกยิง เพื่อนครูตกใจและเสียใจอย่างมาก ขณะที่เหตุการณ์เมื่อวานนี้ ครูและนักเรียนต่างเห็นเหตุการณ์ที่แสนเศร้าสะเทือนใจครั้งนี้ด้วยตาตนเอง

Related Posts

Send this to a friend