‘เต้ มงคลกิตติ์’ เปิดตัว ‘ภาสพงศ์’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. ในนาม ’กลุ่มกรุงเทพบินได้‘
‘เต้ มงคลกิตติ์’ เปิดตัว ‘ภาสพงศ์’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. ในนาม ’กลุ่มกรุงเทพบินได้‘ ชูนโยบายน้ำคลองแสนแสบดื่มได้ภายใน 6 เดือน-ส่งคนกรุงเทพท่องอวกาศ-หนุนสร้างสวนสัตว์ดึกดำบรรพ์ ลั่น แม้ ‘ชัชชาติ’ ฐานเสียงแข็งแกร่ง แต่คนกรุงเทพอาจอยากลองของใหม่ หากชนะเลือกตั้งรับรองกรุงเทพไม่มีอะไรเหมือนเดิม
วันนี้ (21 พ.ค. 69) ที่วัดเทพลีลา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ‘พี่เต้ พระราม 7’ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และทีมผู้สมัครรองผู้ว่าฯ ร่วมเปิดตัวนโยบาย “กรุงเทพเมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย แข็งแรง” ภายใต้ชื่อกลุ่ม ‘กรุงเทพบินได้’
สำหรับทีมผู้สมัครรองผู้ว่าฯ ประกอบด้วย พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์ ผู้สมัครรองผู้ว่าฯ ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเมือง, น.ส.ภคอร จันทรคณา ผู้สมัครรองผู้ว่าฯ ฝ่ายสังคม เมืองอัจฉริยะและนวัตกรรม และนายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิรี ผู้สมัครรองผู้ว่าฯ ฝ่ายการคลัง การเงิน และกิจการทั่วไป

นายมงคลกิตติ์เปิดเผยนโยบายหลักของกลุ่ม อาทิ การนำเข้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์บินได้จากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1,000 คันต่อปี โดยใช้งบจาก กทม. และเอกชนฝ่ายละ 500 ล้านบาท รวมถึงโครงการ “คลองแสนแสบดื่มได้” ระยะทาง 47.5 กิโลเมตร ตั้งเป้าปรับคุณภาพน้ำผ่านระบบกรองหลายขั้นตอน ทั้งการดักขยะ เติมสารชีวภาพ ใช้ระบบ Ultrafiltration ระบบ RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV หรือคลอรีน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำน้ำไปดื่มได้
นอกจากนี้ยังมีนโยบายให้ กทม. ร่วมกับประชาชนซื้อโรงกลั่นน้ำมันดิบจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) พร้อมงดเก็บภาษีน้ำมันท้องถิ่น เพื่อลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะเดียวกันยังเสนอนโยบายเพิ่มเงินให้ทหารผ่านศึกเดือนละ 3,000 บาท ตั้งโรงทาน กทม. ครบ 50 เขต เพิ่มโบนัสข้าราชการและลูกจ้าง กทม. 10% หากมีสุขภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งค่า BMI รอบเอว และค่า LDL รวมถึงนโยบายใช้โรงพยาบาลสังกัด กทม. ให้บริการด้านความงามและสุขภาพในราคาถูกกว่าภาคเอกชน อีกทั้งยังมีโครงการนวดสปาคนละครึ่ง สนับสนุนวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้หาบเร่แผงลอย แท็กซี่ วินจักรยานยนต์รับจ้าง สนับสนุนเยาวชนเล่น E-Sport และส่งนักวิทยาศาสตร์ด้านตัดต่อพันธุกรรมไปร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อสร้างสัตว์ดึกดำบรรพ์คล้ายไดโนเสาร์และจัดตั้งสวนสัตว์ดึกดำบรรพ์ รวมถึงนโยบายส่ง “คนเก่ง แข็งแรง” ของกรุงเทพฯ ไปท่องอวกาศ ระยะ 90-100 กิโลเมตรจากผิวโลก โดยให้เอกชนร่วมลงทุน 80% และแนวคิดร่วมลงทุนซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ ลิเวอร์พูล 51% ให้เป็นของคนไทย

ระหว่างการแถลงข่าว นายมงคลกิตติ์และคณะ ยังสาธิตเปรียบเทียบน้ำดื่มเปล่าสะอาดกับน้ำจากคลองแสนแสบ พร้อมระบุว่า ตั้งเป้าใช้เวลา 6 เดือนในการเริ่มแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ และขอให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ไว้วางใจกลุ่มกรุงเทพบินได้
ภายหลังการเปิดตัว นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้มีผู้สนใจสมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายคน แต่ตนมองว่าการเลือกอดีตนักการเมืองหรือคนที่เคยมีตำแหน่งทางการเมือง อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป พร้อมระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงและเป็นหน้าตาของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีโครงการขนาดใหญ่รองรับอนาคต
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงแนวคิด “โครงการสร้อยไข่มุกอ่าวไทย” ซึ่งเป็นโครงการถมทะเลระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ครอบคลุม 6 จังหวัด เพื่อสร้างเมืองใหม่และป้องกันปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่าจะใช้รูปแบบการลงทุนจากภาคเอกชน 100%

เมื่อถูกถามถึงการทาบทามนักการเมืองเข้าร่วมทีม นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เดิมตั้งใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเคยหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค แต่ภายหลังเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในพรรค ทำให้ตนลาออก และเนื่องจากทะเบียนบ้านของตนเองอยู่จังหวัดนนทบุรี จึงไม่สามารถลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้
พร้อมกันนี้ยังกล่าวว่า แม้อดีตผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะมีฐานเสียงแข็งแรง แต่ไม่มีอะไรยั่งยืน เพราะประชาชนอาจต้องการทางเลือกใหม่ โดยเชื่อว่าหากประชาชนได้ทดลองเลือกนายภาสพงศ์ อาจตัดสินใจสนับสนุนต่ออีกสมัย
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวด้วยว่า กลุ่มเป้าหมายสำคัญของการหาเสียงคือประชาชนอายุ 18-35 ปี รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีผู้ปกครองจำนวนมากเป็นแฟนคลับตนเอง พร้อมยืนยันว่า หากประชาชนไว้วางใจเลือกกลุ่มกรุงเทพบินได้ จะทำให้กรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลง และ “ไม่มีอะไรเหมือนเดิม” อีกต่อไป













