อว. ผนึกสถานทูตฝรั่งเศส ใช้โมเดล ‘มหาวิหาร น็อทร์-ดาม’ บูรณะมรดกไทยด้วยวิทย์ขั้นสูง
อว. ผนึกสถานทูตฝรั่งเศส ใช้โมเดล ‘มหาวิหาร น็อทร์-ดาม’ บูรณะมรดกไทยด้วยวิทย์ขั้นสูง โชว์เคสฟื้นคืน ‘กระจกเกรียบวัดพระแก้ว-โบราณสถานสุโขทัย’
วันนี้ (12 พ.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงานเสวนาวิชาการ Heritage Science Forum ครั้งที่ 1 “จุดเริ่มต้น: การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ขั้นสูงเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม” จัดโดยสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการ แต่ยังเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของภาครัฐไทยที่ชูยุทธศาสตร์พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม ยึดหลัก “วิทยาศาสตร์ต้องรับใช้สังคม” นักวิทยาศาสตร์ทำงานเพื่ออนาคต แต่จะดียิ่งขึ้นหากเรียนรู้จากอดีตเพื่อเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้
“การเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราไม่ต้องไปเสียเวลานับหนึ่งใหม่ และสามารถต่อยอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษได้อย่างแม่นยำ หากประวัติศาสตร์โลกขาดจิ๊กซอว์จากมรดกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไป ประวัติศาสตร์นั้นย่อมไม่สมบูรณ์ วิทยาศาสตร์จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเผยความลับ และปริศนาที่ถูกซ่อนอยู่ในโบราณสถานและโบราณวัตถุของเรา” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการสร้าง Storytelling ยกระดับสู่การเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่นักท่องเที่ยวได้ซึมซับเรื่องราวและคุณค่าที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
“การจับมือกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ช่วยให้การทูตวิทยาศาสตร์เป็นภาษากลางสำหรับสร้างพันธมิตรทางปัญญา เราต้องการสร้างวิทยาศาสตร์แบบเปิดที่นักวิจัยไทย และฝรั่งเศสสามารถแชร์เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ และงบประมาณร่วมกัน เช่น ทุน Horizon ของสหภาพยุโรป เพื่อผลักดันให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยมีศักยภาพในระดับโลก และนำไปสู่การจัดตั้งหลักสูตรขั้นสูงด้าน Heritage Science ในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนี้แห่งภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ภายในงานยังนำเสนอการเชื่อมโยงงานวิจัย พิพิธภัณฑ์ และการอนุรักษ์ การรับมือความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการบูรณะมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งกรุงปารีส ทิศทางโบราณคดีไทยจากอดีตสู่อนาคต การใช้แสงซินโครตรอนฟื้นคืนเทคโนโลยีการผลิต “กระจกเกรียบ” แห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่หายไปเกือบศตวรรษ
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “The Journey of Heritage Science” จัดแสดงผลงานวิจัยเด่น 6 โครงการ ทั้งการถอดรหัสทองคำโบราณแห่งปราสาทหินพิมาย การฟื้นคืนกระจกจืนแห่งล้านนา การวิเคราะห์เชิงคำนวณเพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LIDAR ในการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยความร่วมมือระหว่างสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) กับกรมศิลปากร













