‘ณัฐพงษ์ พร้อมรับทุกสถานการณ์คดี 44 สส. ขอคนมีอำนาจอย่ากดปุ่มสั่งคดีตรงวันแถลงนโยบาย
‘ณัฐพงษ์ พร้อมรับทุกสถานการณ์คดี 44 สส. ขอคนมีอำนาจอย่ากดปุ่มสั่งคดีตรงวันแถลงนโยบาย ชี้ยิ่งโดนกลั่นแกล้ง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ประชาชน
วันนี้ (7 เม.ย. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้
นายณัฐพงษ์ ระบุว่าเท่าที่ตนเองรับทราบมา กระบวนการปกติโดยเฉพาะหากติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลควรจะรับคำร้องหรือมีคำสั่งว่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ควรจะพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะหยุดสงกรานต์จริง พื้นฐานข้อเท็จจริงรวมถึงกระบวนการเร่งรัดหากเกิดขึ้นจริง คนที่มีอำนาจในการกดปุ่มสั่งเรื่องนี้คิดว่าไม่ควรทำ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาบล็อกการอภิปรายในส่วนของพรรคประชาชน ในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภาให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด
คดี 44 สส. ตนเองสื่อสารมาโดยตลอดอยู่แล้วว่า ผิดต่อหลักการที่ สส. มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามอย่างชัดเจน ขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมายในการสกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งคุณทำแบบนี้เท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม ฉะนั้นความชอบธรรมที่รัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งต้องพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างมีความชอบธรรม และตนเองเข้าใจดีว่าเรื่องคดี 44 สส. เป็นกระบวนการ ในส่วนขององค์กรอิสระ และอยู่ในส่วนของศาลฎีกา แต่ในอีกมุมหนึ่งสังคมก็กำลังตั้งคำถาม ว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล มีอิทธิพลที่สามารถกำกับองค์กรอิสระ เพราะมีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ รวมถึงสภาบนและสภาล่าง ฉะนั้นเราไม่อยากให้มีกระบวนการที่เร่งรัดเพราะสังคมอาจตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
เมื่อถามว่า หากมีคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งออกมา ในวันอภิปราย แถลงนโยบายรัฐบาล พรรคได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองคงตอบแทนศาลไม่ได้ ว่าอยากเห็นคำสั่งออกมาหน้าตาแบบไหน แต่เชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และอยากให้ศาลให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าคดีนี้เป็นคดีทางการเมือง ทั้งนี้เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ เราคิดในกรณีเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในวันไหน เราก็เตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเต็มที่












