POLITICS

นายกฯ เผย ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล อยู่ระหว่างนำเสนอ โต้ข้อครหา รัฐอุ้มนายทุน

นายกฯ เผย ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล อยู่ระหว่างนำเสนอ ยัน ทำทุกวิถีทางช่วยลดภาระวิกฤตพลังงาน พร้อมโต้ข้อครหา รัฐอุ้มนายทุน ย้ำชัด ทุกคนในรัฐบาล ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน บอก ไม่ต้องให้กำลังใจ ‘พิพัฒน์‘ มอง มาระดับนี้แล้วต้องทำงาน ถ้าจะมาขอกำลังใจเปลี่ยนตัวดีกว่า ส่วน ’โบว์ ณัฏฐา‘ โฆษก ศบก. ใหม่ ใช้ข้อมูลการประชุมแถลง ไม่ตัดสินสอบผ่านหรือไม่

วันนี้ (2 เม.ย. 69) เวลา 13.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาท ว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่การนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเราจะหาทุกช่องทางเพื่อลดภาระของประชาชน ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่า จะป้องกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาน้ำมันเมื่อน้ำมันในประเทศถูกกว่ามาเลเซีย ก็จะมีคนนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น รัฐบาลต้องหาจุดสมดุล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ หากเป็นรัฐบาลเต็มตัว จะต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เราต้องใช้ทุกวิถีทางแต่ต้องดูวินัยทางการเงินการคลัง รายได้ของรัฐ และสวัสดิภาพค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ

”สำหรับที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุนนั้น ขอยืนยันว่า รัฐบาลมาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่า คนอื่นดีกว่าประชาชน ไม่มีทางจะปกป้องคนไหนมากกว่าคนที่เลือกผมมา ดังนั้นวันนี้ขอพูดให้ชัดไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสน ในกระแสสื่อต่าง ๆ รัฐบาลสำนึกเป็นอย่างดีว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรามา และใครให้โอกาส ขอให้จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ผมจะเห็นใครดีกว่าประชาชน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนรู้สึกอย่างไรกับที่โดนต่อว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็รับฟังหมด ในขณะที่เขาเขียนตำหนิมา บางคนก็ให้ข้อคิด ให้แนวทาง เราก็รับฟัง เพราะเราเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนสาธารณะ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อถามว่า ไม่เครียดใช่หรือไม่ที่เจอคอมเมนต์ ในลักษณะนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็บริหารมันให้ได้ จะบอกว่ายิ้ม อ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ได้หรอก แต่ก็รู้สึกไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของประชาชน ที่เขาจะแสดงความคิดเห็น แต่ก็อย่างที่บอกในทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ ในทุกความเห็นมันก็จะมีข้อแนะนำ

ส่วนได้ให้กำลังใจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างไร เพราะมีกระแสถึงขั้นไม่ให้ไปเติมน้ำมัน ปั๊ม PT นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก คนมาถึงสถานะนี้ได้ ก็ต้องทำงานอย่างเดียว จะมาบอกว่า “โอ้ ผมขอกำลังใจในการทำงานหน่อย ผมก็เปลี่ยนดีกว่าไม่มีหรอก ไม่ต้องไปขอกำลังใจ ทำงานให้ถูกต้อง ทำงานอย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปขอกำลังใจอะไรจากใคร”

สำหรับกรณี นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. สอบผ่านหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลที่เขาได้สื่อสารกับประชาชน เป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุม ศบก. การเป็นโฆษกไม่ได้เกี่ยวว่าจะสอบผ่าน หรือ ไม่ผ่าน เขาไม่ได้คิดของเขาเอง แต่เป็นข้อมูล ที่ได้จากการรายงานในที่ประชุม ศบก. ก็นำมารายงานให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ

ส่วนในเรื่องของการบริหารความรู้สึกของประชาชนที่ดูเหมือนว่าจะถูกตำหนิเรื่องของการตอบคำถาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ดูสิเมื่อเช้า ก็มีแถลงจากสหรัฐอเมริกามา เราก็ต้องปรับเปลี่ยน ฟังแล้วดูดีขึ้นไหมล่ะ เราเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ เราก็ต้องมานั่งดูแลประโยชน์ของเราให้ได้มากที่สุด ของบางอย่างก็ต้องทำงานอย่างเดียว เพื่อให้ผลของงานเป็นตัวพิสูจน์ บางอย่างก็บอกไม่ได้ ว่าเราจะไปดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นความลับทางราชการก็มีอยู่ แต่ยืนยันว่ารับรองได้ว่าเราทำงานให้เต็มที่”

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีใครในคณะรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ตนขอยืนยันจริง ๆ ขอให้มั่นใจได้ว่า ไม่มี และไม่พูดว่า ถ้ามีก็จะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี จึงไม่ต้องพูดคำอื่น

Related Posts

Send this to a friend