POLITICS

‘ณัฐพงษ์’ ฝากถึงว่าที่นายกฯ ตรวจสอบคนของตนเองกอบกู้วิกฤตศรัทธา ปลุกใจ สส.ปชน.อย่าหมดหวัง อยู่ฝ่ายไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศได้

วันนี้ (19 มี.ค.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ อภิปรายโดยฝากถึงสมาชิกทุกคนว่า พรรคประชาชนมีความเห็นว่าเราสามารถใช้เวลาในสภาฯ ให้เกิดประโยชน์มากกว่าการโหวตนายกฯ คือการพิจารณาญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำมัน ขอขอบคุณ สส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลที่บางส่วนสนับสนุนให้มีการพูดคุยญัตตินี้หลังจากมีการโหวตนายกฯ เสร็จสิ้น

วันนี้พรรคประชาชนรับรองและเสนอชื่อตนเองเป็นนายกฯ พวกเราไม่ได้ต้องการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะพรรคภูมิใจไทยที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าการเลือกตั้งอีกกี่ครั้งพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ก็ควรจะได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยเวทีนี้ตนเองไม่ต้องการมาแสดงวิสัยทัศน์แต่ต้องการมาแสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติ ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ต้องประกอบด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และมีคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ

ในระยะใกล้ตัวที่สุดคือความชอบธรรมของรัฐบาล หากวันนี้ตนเองตั้งคำถามไปยังพรรคภูมิใจไทย ท่านอาจจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งไม่เกี่ยวกับท่านโดยตรงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ส่วนการวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะถูกหรือผิดเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกวิธีหนึ่งที่รัฐบาลหรือพรรคภูมิใจไทยจะกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนได้บางส่วนคือการกำกับดูแลคนในของท่านเอง ยกตัวอย่างสุพรรณบุรี เขต 2 แม้ กกต.มีการสอบภายในว่าการนับคะแนนใหม่มีความผิดปกติ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามเป็นจำนวนมากว่าหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์จะมีปัญหาแบบนี้อีกหรือไม่

ตนเองเชื่อว่าไม่มีใครในประเทศนี้เชื่อว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดำเนินการด้วยตนเองโดยพลการโดยไม่มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ว่าที่นายกฯ คนต่อไปดำเนินการได้คือการตรวจสอบคนของท่านอย่างเข้มงวด หากมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สังคมคาดหวังให้ดำเนินการตรงไปตรงมาในการจัดการคนของตนเอง เพื่อกอบกู้ศรัทธากลับมาได้บางส่วน

ขณะที่วิกฤตที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งภัยภายนอกและภายใน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ธรรมาภิบาลของภาครัฐ สถานการณ์ภัยความมั่นคงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความขัดแย้งไทย-เมียนมา ส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างหนีไม่พ้น เศรษฐกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย ธุรกิจ SMEs โรงงานต่าง ๆ กำลังถูกปิดเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยปัญหาสินค้าเถื่อนทะลักเข้ามาจากต่างประเทศและการทุจริตคอร์รัปชัน มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าไปเกี่ยวข้องทุกระดับลุกลามบานปลายไปจนถึงภาคการเกษตร ซึ่งหน้าสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้มีเกษตรกรมาเรียกร้องราคามะพร้าวตกต่ำ เนื่องจากมีล้งต่างชาติ ธุรกิจนอมินีต่างประเทศเข้ามากดราคาสินค้าเกษตรไทย ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยขายไม่ออก ยิ่งปลูกยิ่งจน ยิ่งปลูกยิ่งเป็นหนี้

เมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋าลดลงหนีไม่พ้นเรื่องคุณภาพชีวิต ประเทศของเรากำลังจะกลายเป็นประเทศที่ใครมีเงินมากกว่าย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แทนที่ไม่ว่าคนจะเกิดมารวยหรือจนมีเบื้องหลังทางครอบครัวแบบไหนจะเข้าถึงโอกาสการรักษาที่เท่าเทียมกันได้ สิ่งที่เชื่อว่าประชาชนอยากฝากความหวังคือการเลือกตั้งเป็นทางออกที่เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถเข้ามาหาทางออกให้กับประเทศได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองเชื่อคือการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาโครงสร้าง กล้าตรวจสอบคนของตนเอง ไม่ได้ทำธุรกิจการเมืองหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับกลุ่มธุรกิจพลังงานเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น ไม่มีบุคคลระดับสูงของรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาในโครงการก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนที่ขาดคุณภาพ เช่น เครนถล่ม

ปัญหาที่ผ่านมาสะสมมาอยู่เรื่อย ๆ และกำลังจะทำลายความหวังของประชาชนคนไทย วันนี้สิ่งที่ตนเองพร้อมจะน้อมรับคือการน้อมรับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฝากประธานสภาฯ ไปยังว่าที่รัฐบาลและว่าที่นายกฯ คนถัดไปให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด

“สำหรับพวกผมทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันก็ต้องทำแบบนี้แหละ ไม่งั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีการเมืองแบบนี้ วันนี้จึงเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือวิธีการทำงานการเมืองของพวกเราจากอดีตจนถึงปัจจุบันช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งน่าจะเห็นไม่แตกต่างกัน พวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนล้วนจะทำประโยชน์ให้กับประเทศได้”

นายณัฐพงษ์ ฝากไปถึงสมาชิกพรรคประชาชนและประชาชนที่รับฟังอยู่ ขอทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศจะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียวถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่องตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุดในวันนั้น เชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ เพราะประชาชนจะทำอย่างเต็มที่ต่อไป

“ผมขอฝากถึงสมาชิก จงเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกท่านทำอยู่ เชื่อว่าทุกสิ่งที่พวกท่านทำมามีความหมาย พวกผมแกนนำพรรคในปัจจุบันไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่พวกผมจะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้อยู่เคียงข้างกับพวกท่านต่อไปจนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน” นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้าย

Related Posts

Send this to a friend