สธ.เปิดช่องทางออนไลน์ดูแลสุขภาพกาย-ใจคนไทยในประเทศเสี่ยงตะวันออกกลาง
สธ.เปิดช่องทางออนไลน์ดูแลสุขภาพกาย-ใจคนไทยในประเทศเสี่ยงตะวันออกกลาง ผ่านหมอพร้อม-ไลน์เฉพาะกิจ พร้อมมาตรการคัดกรอง 3 มิติที่จุดเข้าประเทศ จัดทีมแพทย์รองรับ-ติดตามอาการถึงบ้าน ยืนยันมีความพร้อมทั้งบุคลากร-เวชภัณฑ์
วันนี้ (12 มี.ค. 69) เวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดย นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมดูแลสุขภาพแรงงานไทยที่มีอยู่กว่า 1 แสนคนในประเทศที่มีความเสี่ยง ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างรอบด้าน
นพ.วรตม์ กล่าวว่า มาตรการดูแลแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มช่องทางการดูแลสุขภาพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันที โดยด้านสุขภาพกายสามารถรับคำปรึกษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกลของ หมอพร้อม Super App ซึ่งให้บริการตั้งแต่นัดหมายแพทย์ออนไลน์ ตรวจรักษาทางไกล ไปจนถึงการจัดเก็บเอกสารสุขภาพดิจิทัลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถขอคำปรึกษาผ่านไลน์ OA “คู่ใจสุขภาพแรงงานไทยในต่างประเทศ” โดยพิมพ์ข้อความเข้ามาในระบบ เพื่อรับการประเมินอาการเบื้องต้นและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ตลอดเวลา
นพ.วรตม์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวลสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยสามารถเพิ่มเพื่อนทางไลน์ที่ไอดี @1323middle.east หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ส่วนที่สอง คือมาตรการคัดกรอง 3 มิติ ณ จุดเข้าประเทศ โดยได้จัดเตรียมทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เพื่อรองรับกระบวนการคัดกรอง มิติแรกเป็นการคัดกรองเชิงรุกโดยกรมควบคุมโรค ตรวจสอบอาการสำคัญ เช่น ไข้ ไอ อาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือผื่นผิวหนัง หากพบความผิดปกติจะเข้าสู่กระบวนการแยกกักและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่กำหนดทันที
“มิติที่สอง กรมการแพทย์จะตรวจคัดกรองโรคประจำตัวและการบาดเจ็บ หากจำเป็นต้องได้รับการรักษาจะส่งต่อเข้าสู่เครือข่ายโรงพยาบาลที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ทั่วประเทศ และมิติที่สามเป็นการประเมินด้านสุขภาพจิต โดยกรมสุขภาพจิตและทีม MCATT จะประเมินภาวะทางจิตใจเบื้องต้น หากพบอาการเครียดรุนแรง นอนไม่หลับ หรือตื่นตระหนก จะได้รับการดูแลและเยียวยาทันที ส่วนที่สามคือการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องหลังเดินทางกลับประเทศไทย โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมบ้าน รวมถึงติดตามอาการผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขจะอำนวยความสะดวกให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง” นพ.วรตม์กล่าว
นพ.วรตม์ ยังแนะนำผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงว่า หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ หอบเหนื่อย หรือมีความเครียดสะสม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่จุดคัดกรองทันที เพื่อให้ทีมแพทย์เข้าสู่กระบวนการรักษาตามมาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เตรียมแผนสำรองด้านความปลอดภัย และพยายามใช้ชีวิตตามปกติเท่าที่ทำได้ รวมถึงหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดและติดต่อกับครอบครัวหรือคนใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ เพื่อดูแลคนไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว












