POLITICS

ศบก. เผย ช่วยอพยพคนไทยในตะวันออกกลางแล้ว 381 คน เร่งพากลับผ่านประเทศตุรกี

ศบก. เผย ช่วยอพยพคนไทยในตะวันออกกลางแล้ว 381 คน เร่งพากลับผ่านประเทศตุรกีต่อเนื่อง เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ด้าน ’สันติ‘ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ใช้ 6 มาตรการ 1 แผนงาน คุมเข้มป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสช่วงวิกฤติสู้รบ

วันนี้ (11 มี.ค. 69) เวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทั้งมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ และการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

นายสันติ กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งด้านการเมือง การดำเนินชีวิต และค่าครองชีพของประชาชน จากความผันผวนของราคาสินค้าและบริการ พลังงาน และต้นทุนค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนปรับขึ้นราคาสินค้า ชะลอการส่งมอบสินค้า หรือปฏิเสธการขาย ซึ่งอาจกระทบผู้บริโภคโดยตรง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงกำหนด 6 มาตรการ 1 แผนบูรณาการ มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อประชาชนในประเทศและผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยให้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน

มาตรการดังกล่าว ได้แก่ การให้จังหวัดเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนตามความเข้มข้นของปัญหา ควบคู่กับส่วนกลางที่เปิดสายด่วน 1166 เพิ่มอีก 10 คู่สาย เพื่อรองรับเรื่องร้องเรียน เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบและกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ร่วมกับกรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้า ป้องกันการกักตุนสินค้าและการขายเกินราคา กำชับการติดฉลากสินค้าและการคิดราคาสาธารณูปโภคไม่ให้สูงเกินจริงหรือโฆษณาเกินจริง รวมถึงตรวจสอบการติดฉลากราคาทองคำ

นอกจากนี้ให้ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบสิทธิของผู้บริโภค ให้ราคาสินค้าและบริการเป็นไปตามมาตรฐาน ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย รวมถึงเงินสด และสนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์จากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรง เพื่อให้ตัดสินใจซื้อได้ถูกต้อง พร้อมย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการดูแลสิทธิผู้บริโภค

ด้านนายปาณิดล กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยรวมยังมีความรุนแรงและไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะในประเทศอิรัก เลบานอน และอิสราเอล อีกทั้งยังมีสัญญาณจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ส่งผลให้มีผู้เดินทางออกจากประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงสูงในตะวันออกกลาง และขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลงทะเบียนข้อมูลสถานที่พำนักกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล เพื่อให้สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน นายปาณิดล กล่าวว่า คนไทยชุดแรกเดินทางกลับถึงประเทศไทยครบแล้ว ส่วนชุดที่สองจำนวน 68 คน เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกีแล้ว และจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยมีกำหนดเดินทางกลับถึงไทยในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค. และช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค.

ขณะที่ในประเทศอิรัก มีคนไทย 14 คนประสงค์จะเดินทางออกจากประเทศ และขณะนี้อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวเมืองวาน เพื่อประสานการเดินทางกลับไทยต่อไป ส่วนที่กาตาร์ ได้ประสานให้คนไทยที่ตกค้าง 24 คน เดินทางโดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินพิเศษเส้นทางโดฮา–กรุงเทพฯ ซึ่งจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ในคืนวันที่ 11 มี.ค.นี้ โดยคนไทยสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรง

สำหรับประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลจะอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และมอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ พร้อมประสานการเดินทางผ่านประเทศที่เปิดน่านฟ้า เพื่อให้คนไทยเดินทางไปยังประเทศที่สาม ก่อนกลับประเทศไทย

นายปาณิดล กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือแล้ว 381 คน พร้อมเตือนว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต หลอกให้โอนเงินเป็นค่าตั๋วเดินทางกลับประเทศไทย โดยยืนยันว่าสถานเอกอัครราชทูต ไม่มีนโยบายให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศ และขอให้ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลผ่านช่องทางทางการเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงการต่างประเทศมีแนวทางให้ชาวอิสราเอลและอิหร่านที่อยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ แต่ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับเที่ยวบินว่าจะรองรับได้หรือไม่ หากมีเที่ยวบินที่สามารถเดินทางกลับได้ก็สามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาเรื่องน่านฟ้าของทั้งสองประเทศด้วย ซึ่งทั้งสองประเทศมีสถานทูตดูแลอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานปัญหาน้ำมันขาดแคลน นายสันติ กล่าวว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างว่า ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคต้องการซื้อน้ำมัน แต่ไม่มีน้ำมันจำหน่าย โดยเฉพาะในภาคขนส่งธุรกิจขนาดใหญ่ เรื่องนี้ สคบ.ได้เรียกประชุมและกำชับกรมการค้าภายในให้ตรวจสอบว่าสถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากการขาดแคลนจริง หรือมีการกักตุน และได้กำชับให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ โดยมีรายงานจากบางจังหวัดในภาคใต้ เช่น จังหวัดพังงา ที่มีการแจ้งเข้ามา และอาจมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่คาดว่าเป็นเพียงสถานการณ์ในระยะสั้นเท่านั้น

Related Posts

Send this to a friend