‘ศิริกัญญา’ นำทีมบริหารรัฐบาลประชาชน หารือผู้แทนสมาคมท้องถิ่นฯ เสนอแผนกระจายอำนาจ ผู้ว่าฯ เลือกตั้งทุกจังหวัด
วันนี้ (26 ม.ค. 69) ที่โรงแรมเมโทรพอยท์ กรุงเทพมหานคร ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน นำโดย ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หารือแนวนโยบายกับผู้แทนสมาคมท้องถิ่น ได้แก่ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ศิริกัญญา ระบุว่า พรรคประชาชนมีอุดมการณ์ และความเชื่อมั่นในบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนประเทศ นโยบายด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคฯ พร้อมผลักดันให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นผ่านการผลักดัน 5 เป้าหมายสำคัญ ซึ่งเมื่อเป็นรัฐบาลพร้อมเดินหน้าทันที ดังนี้
1.ผู้ว่าฯ เลือกตั้งทุกจังหวัด (จังหวัดจัดการตัวเอง) โดยพรรคประชาชนเสนอ เช่น โอนอำนาจพัฒนาจากผู้ว่าฯ ให้ นายก อบจ. เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดในจังหวัดมาจากการเลือกตั้งของประชาชน, ยกระดับ อบต. เป็น เทศบาล และเลือกตั้งนายกเขต พื้นที่ กทม. เพื่อให้ผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งทุกระดับทุกจังหวัด
2.เพิ่มเงินให้ท้องถิ่น 200,000 ล้านบาทต่อปี ในปี 2572 ให้ทุกท้องถิ่นมีงบประมาณขั้นต่ำเพียงพอดูแลประชาชน โดยพรรคประชาชนเสนอ เช่น เปลี่ยนสูตรเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่นกำหนดงบประมาณแบบ Unit Cost ที่กำหนดงบขั้นต่ำตามต้นทุนต่อหน่วยของบริการ และรัฐอุดหนุนชดเชย (เงินอุดหนุน) ส่วนที่ขาด เพื่อให้บริการพื้นฐานเท่าเทียม, ดูแลประชาชนเพิ่ม มีเงินเพิ่ม มีกรอบคนเพิ่ม ปลดล็อกข้อจำกัด 40% เพดานค่าใช้จ่ายบุคลากร และเพิ่มอำนาจทางการคลังให้ท้องถิ่น กำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเองได้ กู้เงิน ร่วมทุนกับเอกชนเองได้ พร้อมเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้
3.ปลดล็อกให้ท้องถิ่นทำได้ทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะที่กำหนดห้ามทำ ไม่ต้องกังวลผิดระเบียบ และคืนอำนาจบริหารงานบุคคลให้ท้องถิ่น โดยพรรคประชาชนเสนอถ่ายโอนภารกิจเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นพัฒนาเมือง ตามแผนกระจายอำนาจและเพิ่มเติม รวมถึงเมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิตโดยท้องถิ่น วงเงินอุดหนุนพิเศษให้ท้องถิ่นทำ
4.เพิ่มอำนาจประชาชน เพิ่มสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นฯ ล่วงหน้า-นอกเขต เลือกตั้งสมาชิกสภา และผู้บริหารพร้อมกันทั่วประเทศ เพิ่มสิทธิเลือกตั้งของประชาชน พร้อมกับ e-Government ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ทุกระบบข้อมูลต้องเชื่อมกันได้ วงเงินอุดหนุน เลือกบริการดิจิทัลเองได้
5.บุคลากรภาครัฐมีความก้าวหน้า โอนย้ายข้ามหน่วยสะดวก มีเส้นทางอาชีพเชื่อมกันระหว่างท้องถิ่น-ส่วนกลาง ใช้ระบบดิจิทัล ลดการใช้เอกสาร ลดงานธุรการที่ไม่จำเป็น และเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ ไม่ต้องมีข้าราชการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน












