‘สุดารัตน์’ ชูประสบการณ์บริหาร 4 กระทรวง งบล้านล้านไร้ทุจริต อาสาดับเครื่องชนพวกโกงกิน
‘สุดารัตน์’ นำทัพไทยสร้างไทยบุกย่านธุรกิจอโศก-รามคำแหง ปลุกคนไทยร่วมทวงคืนงบ 5 แสนล้านที่ถูกปล้น กลับคืนประชาชน ชูประสบการณ์บริหาร 4 กระทรวง งบล้านล้านไร้ทุจริต อาสาดับเครื่องชนพวกโกงกิน
บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคไทยสร้างไทยในวันนี้ (23 ม.ค. 69) เป็นไปอย่างคึกคัก โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินสายพบปะพี่น้องประชาชนในย่านธุรกิจสำคัญอย่างอโศก ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังพื้นที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งตลอดเส้นทางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนวัยทำงานและนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้ใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารนโยบายเชิงรุก เน้นย้ำความตั้งใจที่จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงบประมาณแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังมานาน
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัวและประชาชนต้องเผชิญกับความยากจน ทั้งที่งบประมาณประเทศพุ่งสูงเกือบ 4 ล้านล้านบาท เป็นเพราะเงินภาษีของประชาชนถูกทุจริตคอรัปชั่นไปปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้ควรจะถูกส่งตรงไปถึงมือประชาชนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับถูกนักการเมืองบางกลุ่มปล้นไปสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้ามาทวงคืนเงินก้อนนี้กลับคืนสู่กระเป๋าของคนไทยทุกคน เพื่อยุติวงจรความเหลื่อมล้ำที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนาน
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่าการปราบโกงไม่ใช่เพียงแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องอาศัยคนที่มือสะอาดและมีประสบการณ์จริง ซึ่งตนเองเคยบริหารกระทรวงสำคัญมาแล้วถึง 4 กระทรวง ดูแลฐานงบประมาณรวมกว่าล้านล้านบาทโดยไม่มีประวัติการทุจริตแม้แต่ครั้งเดียว ที่สำคัญคือพรรคไทยสร้างไทยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงเพราะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มทุนสีดำหรือสีเทา ทำให้มีความกล้าที่จะจัดการกับข้าราชการและนักการเมืองขี้โกงได้อย่างเด็ดขาดโดยไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมและช่องโหว่ทางกฎหมายเป็นอย่างดี
เป้าหมายสูงสุดของการเข้ามาทำงานการเมืองในครั้งนี้คือการสร้างการเมืองที่สุจริตและโปร่งใส เพื่อไม่ให้ระบบคอรัปชั่นกลายเป็นมรดกบาปที่ตกทอดไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงอยากขอโอกาสจากประชาชนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ให้พิจารณาเลือกพรรคไทยสร้างไทยเพื่อให้คะแนนเสียงทุกคะแนนกลายเป็นพลังในการปกป้องภาษีของทุกคน และมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า แต่จะได้คนทำงานที่จริงจังและซื่อสัตย์เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถ












