POLITICS

’อนุทิน‘ บอก สนใจเเต่หาเสียงแบบออร์แกนิค ปัด เอา MOU 43-44 มาหาเสียง เหตุเพราะตอนนี้มีตำแหน่งนายกฯ

’อนุทิน‘ มองเป็นสิทธิ์ หลัง ‘เพื่อไทย’ หาเสียง ประกาศอุดรฯ เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ชี้ ’ภูมิใจไทย‘ ก็หาเสียง ’บุรีรัมย์‘ เป็นต้นกำเนิดพรรค เมิน ผลโพลช่วงโค้งสุดท้าย บอก สนใจเเต่หาเสียงแบบออร์แกนิค ปัด เอา MOU 43-44 มาหาเสียง เหตุเพราะตอนนี้มีตำแหน่งนายกฯ ต้องคิดถึงประเทศชาติ บอก “หากไม่มีตำแหน่งพูดมันกว่านี้อีก”

วันนี้ (23 ม.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไปหาเสียงในจังหวัดอุดรธานี และระบุว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง จะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า แต่ละพรรคการเมืองย่อมมีความผูกพันกับพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้อยู่แล้ว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยเมื่อหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ระบุว่า เป็นจังหวัดต้นกำเนิดของพรรค ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกตรงไหน และทุกคนต่างก็ภูมิใจที่ได้พูดในสิ่งที่ตนเองมองว่าเป็นความภาคภูมิใจ ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมย้ำว่า ไม่ได้มีการประกาศว่าจังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยแต่อย่างใด โดยคนที่อยู่บนเวทีปราศรัย หากพูดแล้วประชาชนมีเสียงตอบรับ ก็ย่อมช่วยสร้างกำลังใจให้ผู้พูด แต่หากพูดแล้วประชาชนเงียบ ผู้พูดก็อาจรู้สึกกดดัน และขาดกำลังใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร

ส่วนเรื่องโพลผลสำรวจในช่วงก่อนเลือกตั้ง นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ได้สนใจ เพราะตนสนใจการหาเสียงแบบออร์แกนิคมากกว่า และมีความสุขที่ได้ลงไปแบบนี้ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้รับฟังข้อเสนอแนะของประชาชน บางอย่างเราคิดไม่ถึง ว่าเขาแบบนี้ เป็นสิ่งที่หน่วยงานราชการจะต้องทำตามในงานประจำของเขา ตนต้องบอกทั้งปลัด และอธิบดี บอกเลขาธิการฯ ให้ทำไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งตนใช้เวลาไปจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน หากทำไปก็ถือว่ารัฐบาลได้ผลงานไปด้วย หน่วยงานก็ได้ผลงานไปด้วย ทุกฝ่ายมีความสุขแฮปปี้

ส่วนที่มีหลายฝ่ายประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นม้ามืดสำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ นายอนุทิน ตอบเพียงว่า “ถามเสียงน่ากลัวมากเลย”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรีนำประเด็นชายแดนไทย – กัมพูชา ไปหาเสียง แต่เหตุใดไม่นำเรื่องการยกเลิก MOU 43-44 ไปใช้ในการหาเสียงด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าตนไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตนพูดมันกว่านี้อีก ซึ่งในเมื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีการจะพูดอะไรต้องคิดถึงประเทศชาติด้วย จึงเป็นข้อจำกัดบางอย่าง หากตนไม่มีความรับผิดชอบต่อเกียรติภูมิของประเทศ หากเราพูดสนุกสนาน และมีการไปตีความว่าเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรี ต่อให้เร้าใจก็ไม่ได้ ตนจึงเลือกที่จะระมัดระวัง จึงไม่ได้เอาเรื่องพวกนี้มาเป็นสาระในการหาเสียง ซึ่งสาระของพรรคภูมิใจไทยคือจะทำ อย่างไรให้ประชาชนแก้ไขปัญหาปากท้องได้ กินดีอยู่ดี ทำให้เศรษฐกิจยกตัวขึ้นมา รวมถึงเงิน หมุนเวียนในระบบหมุนเวียน และทำให้ประเทศมีความปลอดภัย นักลงทุนนักท่องเที่ยวมีความเชื่อถือในประเทศไทย ตนคิดเพียงเท่านี้ หน้าที่หลักเรามีเพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปทำ รัฐบาลมีหน้าที่เพียงสนับสนุนเท่านั้น

ส่วนที่ขณะนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุใดจึงมีกระแสว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี อย่าไปเสพโซเชียลเยอะ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือกับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่ไม่พึงประสงค์ หรือมีเหตุการณ์ที่จะทำให้ มีปัญหาตามแนวชายแดน กระทรวงมหาดไทยก็มีมาตรการที่จะจัดการเลือกตั้งไปแล้ว โดยการอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชน กกต. ก็ลงนามและแจ้งต่อรัฐบาลแล้ว ไม่มีปัญหา

ส่วนการหาเสียงแบบออร์แกนิคจะสามารถโน้มน้าวใจประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น หากเราแฮปปี้อย่างไรก็ทำอย่างนั้น เพราะไม่ได้เก่งทุกเรื่อง

Related Posts

Send this to a friend