POLITICS

กกต.กทม. ยัน ยังไม่ได้รับรายงานพรรคการเมืองซื้อเสียง มอง ไม่น่ามีพรรคไหนกล้าลงทุน

กกต.กทม. ยัน ยังไม่ได้รับรายงานพรรคการเมืองซื้อเสียง มองว่าไม่น่ามีพรรคไหนกล้าลงทุน ประกาศความพร้อมจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ.นี้ เร่งแจกเอกสารผู้มีสิทธิเลือกตั้ง-แนะนำผู้สมัคร-พรรคการเมือง พร้อมกำชับบทบาทผู้สังเกตการณ์ต้องไม่ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

วันนี้ (20 ม.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด สำหรับการเตรียมการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้มีการแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แล้ว ซึ่งโดยภาพรวมมีความพร้อมค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกัน ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า เมื่อวานและวันนี้ สำนักงาน กกต.กทม. ได้จัดอบรมวิทยากรการเลือกตั้งประจำเขต เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 6,353 หน่วย รวมประมาณ 130,000 คน

สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้งจำนวนมากกว่า 53,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ เขตบางกะปิ และเขตบางนา ซึ่งได้มีการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นและเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้มาใช้สิทธิแล้ว

เมื่อถามถึงหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าเกินความจุ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า มีประมาณ 7-8แห่ง ที่มีผู้ใช้สิทธิอยู่ในช่วง 10,000–20,000 คน ซึ่งได้มีการตรวจสอบและปรับเปลี่ยนสถานที่เพื่อรองรับแล้ว โดยไม่น่าจะเกิดปัญหา

ในประเด็นการทำงานของสื่อมวลชน ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนต้องไม่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ห้ามถ่ายภาพหรือซูมจนเห็นข้อมูลส่วนบุคคล และต้องระมัดระวังการนำเสนอข่าว ห้ามเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้ ในการประชุมอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ได้มีการกำชับให้การให้ข้อมูลแก่สื่อหรือประชาชนต้องไม่รบกวนการทำงานของหน่วยเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

สำหรับกรณีการรณรงค์ออกเสียงประชามติ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ในวันลงคะแนนเลือกตั้ง เนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย

ในประเด็นกระแสการซื้อเสียงและการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งภายในคูหา ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ได้กำชับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแล้วว่า ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือรบกวนการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้มีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ผู้มาใช้สิทธิสามารถพกโทรศัพท์มือถือเข้าไปในคูหาได้ และสามารถแสดงตัวตนผ่านระบบไทยไอดีได้ แต่ต้องไม่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

สำนักงาน กกต.กทม. แจ้งว่า หน่วยออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ 2 แห่ง ได้แก่ นอกเขตเลือกตั้ง เขตหลักสี่ จากสำนักงานเขตหลักสี่ เป็นศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และเขตห้วยขวาง จากสำนักงานเขต เป็นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

โดยได้กำชับให้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ชัดเจน อำนวยความสะดวกด้านการจอดรถ และประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงสถานที่อย่างทั่วถึง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน

สำหรับกระแสข่าวการซื้อเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมแสดงความเห็นว่า กรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.5 ล้านคน หากมีการซื้อเสียงจริงจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงมองว่าไม่น่าจะมีผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดลงทุนในลักษณะดังกล่าว

“ผมมองว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งของ กทม. 4.5 ล้านคน โอกาสที่แจกเงิน 7,500 บาท ถ้า 1 ล้านคน ก็ใช้งบจำนวนมากผมมองว่า คงไม่มี สส. หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุนตรงนี้”

ในกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า ไปรษณีย์จัดส่งเอกสารแจ้งเจ้าบ้านพร้อมแนบใบแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคการเมือง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ได้กำชับให้ไปรษณีย์จัดส่งเฉพาะเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครที่สำนักงาน กกต.กทม. จัดพิมพ์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองหรือผู้สมัครสามารถส่งเอกสารแนะนำตัวไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ แต่ต้องเป็นค่าใช้จ่ายของตนเอง และต้องแจ้งค่าใช้จ่ายต่อ กกต. ภายใน 90 วันนับแต่วันเลือกตั้ง โดยผู้สมัคร สส.เขต สามารถใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1.9 ล้านบาท

ในส่วนของรหัสเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับรหัสไปรษณีย์ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า ได้มีการซักซ้อมและอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นการเฉพาะ โดยกำชับให้มีการตรวจสอบข้อมูลและตัวเลขให้ถูกต้องก่อนดำเนินการทุกขั้นตอน

สำหรับผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมือง ต้องแจ้งประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชน ต้องไม่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ห้ามสอบถามหรือเข้าตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ในช่วงการนับคะแนน หากผู้สังเกตการณ์พบความไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ โดยกรรมการประจำหน่วยจะตรวจสอบ ประชุม และบันทึกไว้ตามขั้นตอน

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีการแข่งขันสูงทุกเขตเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัครตั้งแต่ 12–19 คนต่อเขต และได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงผู้สังเกตการณ์ เพื่อตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ช่วงการนับคะแนน ประชาชนสามารถถ่ายวิดีโอได้ แต่ไม่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

Related Posts

Send this to a friend