‘วิโรจน์’ รับจุดอ่อน ปชน.คือพรรคมวลชนเปิดกว้าง เชื่อถูกดิสเครดิต
‘วิโรจน์’ รับจุดอ่อน ปชน.คือพรรคมวลชนเปิดกว้าง ท้าจะเปิดอีกกี่ชื่อ ก.-ฮ. ถ้าเอี่ยวสแกมเมอร์ต้องลาออก เหน็บพรรคอื่นผู้สมัคร-แคนดิเดตนายกฯ มีคดีถูกยึดทรัพย์ยังไปต่อ เชื่อถูกดิสเครดิตการเมือง
วันนี้ (19 ม.ค. 69) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนถูกจับกุมเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ และมีกระแสข่าวที่จะถูกจับกุมเพิ่มว่า ที่ผ่านมากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนใช้การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเครดิตบูโร โดยคัดกรองผู้สมัคร สส.ที่ไม่มีหมายจับค้างและไม่เคยต้องโทษมีคำพิพากษาในคดีอาญาร้ายแรง กรณีที่เกิดกับผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนล้วนเป็นการออกหมายจับภายหลังกระบวนการรับสมัครเสร็จสิ้น ผู้สมัครที่ถูกจับกุมก็ไม่เคยต้องโทษและมีคำพิพากษามาก่อน แม้จะมีข้อมูลปรากฏว่าผู้สมัคร สส.ที่ถูกดำเนินคดีบางรายเคยมีข้อร้องเรียน แต่ยืนยันได้ว่าพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจกับข้อร้องเรียนหรือเบาะแสต่าง ๆ พรรคมีกลไกคณะกรรมการวินิจฉัยและคณะกรรมการวินัยในการสืบสวน เพื่อหาหลักฐานเชิงประจักษ์หรือเชิญผู้ถูกร้องเรียนมาชี้แจง หากไม่พบหลักฐานเชิงประจักษ์หรือผู้ถูกร้องเรียนสามารถอธิบายชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล พรรคก็ไม่อาจใช้เบาะแสตามบัตรสนเท่ห์มาเป็นข้อกล่าวหาพิพากษาผู้สมัครล่วงหน้าได้
พรรคประชาชนต้องการเป็นพรรคมวลชน เราเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเข้ามาทำงานร่วมกับพรรคมากที่สุด ทำให้พรรคมีจุดอ่อนเรื่องคนที่เข้ามาร่วมงาน ที่ผ่านมาพรรคพยายามจะปรับปรุงกระบวนการคัดกรองและคัดเลือกให้รัดกุมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเราเน้นการมีส่วนร่วมก็ย่อมมีความบกพร่องเกิดขึ้นได้ตามสมควร เราตระหนักว่าการที่พรรคจะเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะอย่างได้สัดส่วน นับจากนี้พรรคมีมาตรการชัดเจนว่าหากมีผู้สมัคร สส.คนใดถูกดำเนินคดี พรรคจะอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ไม่มีการแทรกแซงใด ๆ ตลอดจนจะมีการหารือกับผู้สมัครรายนั้นให้พิจารณาตนเองลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้ขาดคุณสมบัติ การลงรับสมัครเลือกตั้ง สส.สิ้นสุดลง เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนและสาธารณะ
ต่อให้มีอีก 1 ราย 2 ราย 3 ราย หรืออีกกี่รายก็ตาม พรรคประชาชนจะใช้มาตรฐานนี้ในการจัดการอย่างตรงไปตรงมา ตนเองเชื่อว่าหากพรรคดำเนินการตามมาตรฐานนี้อย่างตรงไปตรงมา ประชาชนจะเข้าใจและยอมรับได้ทำให้ประชาชนเลือกตั้งคำถามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทำไมการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีถึงจำเพาะเจาะจงกับผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนเท่านั้น ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้สมัคร สส.พรรคอื่น ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองอื่นด้วยว่าในเมื่อพรรคประชาชนมีมาตรการและมีมาตฐานที่ชัดเจนจัดการกับผู้สมัคร สส. ถึงเวลาที่ผู้สมัคร สส.คนอื่นต้องถูกตั้งคำถามเช่นเดียวกัน
ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนที่เกี่ยวข้องพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายเราดำเนินการอย่างเปิดเผย ไม่มีละเว้น ถึงเวลาที่ต้องตั้งคำถามกับพรรคการเมืองอื่น ส่งผู้สมัคร สส.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเอาคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และ ป.ป.ง. มีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ทำไมผู้สมัครรายนั้น พรรคการเมืองนั้น ยังคงให้ลงรับสมัครเลือกตั้งต่อไป แม้แต่คนที่มีคำพิพากษาชัดเจนจากสารต่างประเทศ จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ ก็ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ รวมถึงพรรคการเมืองอีกหลายพรรคที่ส่งบุคคลที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในข้อหาทุจริตคอรัปชั่น ก็ยังลงรับสมัครเลือกตั้งได้
นายวิโรจน์ เชื่อว่าขบวนการดังกล่าวพยายามดิสเครดิตพรรคประชาชน กลัวอย่างมากว่าหากพรรคประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ จะมีการบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจฟอกเงิน ธุรกิจศูนย์เหรียญที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเครือข่ายอิทธิพลทางการเมืองครั้งใหญ่ ตลอดจนจะมีการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่มีการละเว้น ขอยืนยันว่าไม่ต้องกลัว เพราะถ้าเราได้รับโอกาสนั้น พรรคประชาชนเราจะจัดการทุนเทา ธุรกิจเทาทุจริตคอรัปชั่นอย่างเด็ดขาดแน่นอน
สุดท้ายอยากเรียนต่อประชาชนว่า พรรคประชาชนไม่เคยอ้างว่าเราจะไม่พลาด แต่ยืนยันว่าเมื่อเรามีความผิดจะไม่ปกป้อง ไม่ใช้สองมาตรฐานนี่คือความแตกต่าง ระหว่างการเมืองที่ประชาชนต้องการเห็น และการเมืองแบบดั้งเดิม ที่ประชาชนไม่ต้องการอีกแล้ว การปราบทุนเทาและการคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดเกิดขึ้นจริง ให้มีการจัดการกับคนทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนของตนเองก็ตาม หากต้องเสียคะแนนนิยมหรือเสียเปรียบทางการเมืองก็ต้องยอมรับ หากเกิดเช่นนั้นพรรคประชาชนยืนยันว่าเมื่อเราได้อำนาจจากประชาชน จะไม่มีใครได้อภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมายแม้แต่คนของพรรคประชาชนเอง เรายืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด
ส่วนนักการเมือง ส. ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ระบุว่าจะเป็นรายต่อไป นายวิโรจน์ ระบุว่า ตนเองไม่ได้หวั่นไหวกับสงครามประสาทรายวัน การแก้ปัญหาความคลุมเครือนี้ พรรควางมาตรฐานชัดเจนว่าจะมีอีกกี่ราย ส. หรือ ก.-ฮ. เอามาเลย เรามีมาตรฐานเดียวกัน คือเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และจะมีการเจรจากับผู้สมัครคนนั้นให้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกพรรค จะทำให้คุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนอย่างสัดส่วน
ส่วนที่มีการเรียกร้องให้คนที่รับรองผู้สมัคร สส.ที่เข้ามาต้องลาออกด้วย นายวิโรจน์ กล่าวว่า พรรคเราไม่โทษที่คนยืนยันว่าการคัดเลือกผู้สมัครเราใช้คณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งส่วนของจังหวัดและส่วนกลางผสมกันไป ถ้าให้ออกแม้มีส่วนร่วมนิดเดียวตนเองคิดว่าออกทั้งพรรค เพราะตนเองก็มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครในหลายจังหวัด ปรากฏว่าจังหวัดที่ตนเองรับสมัครมามีปัญหาก็ต้องออก อีกจังหวัดมีปัญหาคนกลั่นกรองก็ต้องออกด้วยเป็นแบบนั้นคงออกกันทั้งพรรค ดังนั้นจึงต้องมาแก้ที่ระบบ
เมื่อถามว่าล่าสุดที่จังหวัดตากหลายคนประเมินว่าไม่ต่างกับสแกมเมอร์ เพราะนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ลงที่บ่อย จึงถูกต้องคำถามว่าไม่ระแคะระคายบ้างหรือ นายวิโรจน์ กล่าวว่า กรณีนี้เรามีเบาะแสและมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพยายามหาหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม แต่ต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่หน่วยงานราชการ เราสั่ง ปปง.ไม่ได้ตรวจสอบได้เพียงประวัติอาชญากรรม ไม่สามารถไปตรวจสอบเส้นเงินได้ เมื่อเชิญผู้สมัครคนดังกล่าวเข้ามาให้คำชี้แจงและผู้ที่มาร้องเรียนเพื่อขอหลักฐานภาพถ่ายมัดแน่นหรือเชื่อได้ว่าเขากระทำเช่นนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเป็นลักษณะการให้ข้อมูลด้วยวาจาแต่ไม่มีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน เจ้าตัวก็ชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล
เราอยู่ในจุดที่ผู้กล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์ไม่ใช่การใช้บัตรสนเท่ห์ที่ไม่มีตัวตน มาพิพากษาของล่วงหน้า ซึ่งจะถือเป็นดาบสองคมกรณีหน้าอาจมีหน่วยงานจัดตั้งเข้ามาร้องเรียน พรรคก็จะตัดสินใจแบบเดียวกัน มีเรื่องร้องเรียนแล้วตัดออกทันทีก็จะเป็นเรื่องง่ายแต่ก็จะเกิดปัญหาภายหลัง












