POLITICS

‘วิษณุ’ ชี้ ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมืองไม่ครอบคลุม ส.ส.-ส.ว.-ครม.ไม่มีหารือปรับเพิ่ม VAT เป็น 10%

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ว่า เพื่อใช้เป็นการกำกับสอดส่องให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท จัดทำประมวลจริยธรรมของตนเองขึ้น ซึ่ง ก.พ.ที่มีหน้าที่ดูแลข้าราชการกว่า 3 แสนคน เป็นผู้จัดทำแต่ขณะนี้ยังไม่เสร็จ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ส่วนข้าราชการการเมืองได้มอบให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้จัดทำ ซึ่งได้มอบต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้จัดทำ เมื่อวานนี้ (30 มี.ค. 64) เป็นการเห็นชอบประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทำแล้วเสร็จจึงเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี และจะใช้กับข้าราชการการเมืองเท่านั้น โดยประกอบไปด้วยผู้ที่มีตำแหน่งตามกฏหมาย ระเบียบข้าราชการการเมืองนั้นกำหนดเอาไว้ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ไล่ไปจนถึงเลขานุการรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรีแต่ไม่หมายรวมถึง ส.ส.และ ส.ว. เนื่องจากไม่ใช่ข้าราชการการเมือง

ทั้งนี้นายวิษณุ ระบุว่า ส.ส. และ ส.ว. มีมาตรฐานจริยธรรมของเขาต่างหาก ตามรัฐธรรมนูญ โดยการกำหนดให้องค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำร่างจริยธรรม เพื่อใช้เป็นประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น กกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงคณะรัฐมนตรี ส.ส. ซึ่งทำเสร็จมาแล้วกว่า 2 ปี และมีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แยกต่างหากออกมาอีกฉบับหนึ่ง

ทั้งนี้นายวิษณุยังอธิบายอีกว่า โทษของข้าราชการการเมืองไม่เทียบเท่ากับ ส.ส. เนื่องจากจะไล่ไปตามกฎหมายแต่ประมวลจริยธรรมจะบอกแต่เพียง ว่า พึงจะทำอะไรหรือไม่ ถ้าเกิดการฝ่าฝืนเกิดขึ้นก็จะไล่ตาม กฎหมายต่างๆ ผ่านการตั้งคณะกรรมการสอบว่าผิดตามกฎหมายได้บ้าง โดยหากผิด กฎหมายอาญา เรื่องจะไปขึ้นอยู่กับ ปปช. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นขออย่าดูว่าร่างดังกล่าวไม่ได้บอกว่าผิดอะไรแล้วทำอย่างไร แต่ร่างดังกล่าวบอกว่าทำอย่างไรแล้วผิดแค่นี้ก็เพียงพอ

นายวิษณุ ยืนยันว่า ที่ประชุมครม.เมื่อวานนี้ ไม่มีการพูดถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็น 10% ไม่มีการพิจารณา และไม่มีใครพูดถึง
ส่วนการจัดเก็บภาษีได้น้อยลง จะทำให้มีการปรับขึ้นหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ขอให้กระทรวงการคลังเป็นคนพูดถึง และไม่ตอบว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงหรือไม่ พร้อมถามกลับสื่อมวลชน ว่าอยากให้ขึ้นภาษีหรือ ซึ่งก็ต้องดูที่จังหวะเวลา เพราะเดิมเก็บ 10% และลดลงมาเหลือ 7% ตั้งนานแล้ว แต่เมื่อจะคิดขึ้นมาทีไร ก็จะเจอวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ อย่างต้มยำกุ้ง ฟองสบู่แตก

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องกฎหมายสำคัญในที่ประชุมครม. นายวิษณุ กล่าวว่านายกรัฐมนตรีคงหมายถึงกฎหมายประชามติ ไม่ใช่แค่ไม่ผ่าน แต่ผ่านอยู่แล้ว และหากผ่าน แต่ไม่เป็นไปตามร่างที่รัฐบาลเสนอไว้ ซึ่งได้พิจารณาอย่างรอบคอบ หากแพ้มากๆ คงไม่เป็นไร แต่ถ้าแพ้สัก 4-5 คะแนน ก็แสดงให้เห็นว่า สภาไม่มีความพร้อมกัน

Related Posts