POLITICS

‘สกลธี’ ชำแหละงบฯ สธ. ปี 70 หนุนเก็บภาษีสุขภาพ-ใช้ระบบ Co-payment

‘สกลธี’ ชำแหละงบฯ สธ. ปี 70 จี้รัฐเร่งแก้ก่อนระเบิดเวลา 3 ลูกปะทุ หนุนเก็บภาษีสุขภาพ-ใช้ระบบ Co-payment กู้ชีพ รพ.รัฐ สงวนสิทธิ์บัตรทองเฉพาะกลุ่มคนยากจน ลั่น ต้องเลิกถมเงินไล่ซ่อมที่ปลายเหตุ

วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุข

นายสกลธี กล่าวว่า งบประมาณสาธารณสุขและสุขภาพทั้งกระทรวงสาธารณสุขแสนแปดหมื่นล้าน งบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกือบสามแสนล้าน งบกลางรักษาข้าราชการแปดหมื่นล้าน และงบที่แฝงอยู่ในท้องถิ่น (รพ.สต.) อีกหมื่นแปดพันล้าน รวม 570,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15 ของงบประมาณแผ่นดิน แม้ในสายตาโลกจะชื่นชมไทยว่าใช้เงินเพียงร้อยละ 4 ของ GDP แต่กลับสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ดี อย่างไรก็ตาม การใช้น้อยแต่ทำได้เยอะกำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่สะสม ระเบิดเวลา 3 ลูก ที่รอวันปะทุ ได้แก่

ระเบิดลูกที่ 1 เน้นซ่อมมากกว่าสร้าง เม็ดเงินส่วนใหญ่หมดไปกับค่าหัวรักษาพยาบาลปลายเหตุ ท่ามกลางภาวะสังคมผู้สูงวัยขั้นสุดยอดที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) พุ่งสูง แต่รัฐบาลกลับจัดงบประมาณเพื่อการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ (PP) เพียงร้อยละ 10 ไม่ยอมลงทุนระบบคัดกรองเชิงรุกในชุมชน

ระเบิดลูกที่ 2 วิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดทุน-สมองไหล ระบบการจ่ายเงินชดเชยผู้ป่วยในของ สปสช. (ระบบเพดานปิด ADJ RW) สวนทางกับสภาวะเงินเฟ้อ ค่ายา ค่าแรง และเทคโนโลยีการแพทย์ที่แพงขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลรัฐกว่า 300 แห่งขาดทุน และมีกว่า 100 แห่งที่ใกล้ล้มละลาย คลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. หายไปครึ่ง เกิดปัญหาระบบใบส่งตัวเรื้อรัง บุคลากรหน้างานแบกภาระงานจนร่างพัง เกิดภาวะไหลลาออกจากระบบราชการรุนแรง

ระเบิดลูกที่ 3 ความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อน 3 กองทุน ทั้งระบบบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ ต่างใช้ภาษีประชาชนเหมือนกัน แต่สิทธิ์การเข้าถึงโรงพยาบาล ยา และต้นทุนต่อหัวกลับไม่เท่ากัน

นายสกลธี ย้ำว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับลดงบประมาณก้อนนี้ เพราะเปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ของประชาชน พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปแนวคิดการจัดงบประมาณ 3 ข้อ

1.ปรับโครงสร้างเป็นงบเชิงรุกระดับท้องถิ่น เพิ่มงบให้ รพ.สต. และยกระดับขีดความสามารถของ อสม. โดยแจกจ่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี และระบบ Telemedicine คัดกรองผู้ป่วยโรคเรื้อรังเชิงรุก แทนที่จะทำหน้าที่เพียงแค่คนแจ้งข่าว พร้อมปรับค่าตอบแทน 2,000 บาทให้เป็นระบบจูงใจตามผลงาน

2.ทบทวนอัตราจ่ายชดเชยตามต้นทุนจริง สปสช. ต้องปรับเพดานการจ่ายชดเชยพยาบาลให้สะท้อนความเป็นจริง จากปัจจุบันที่จ่ายโรคผู้ป่วยเฉลี่ย 8,000 บาท แต่ต้นทุนโรงพยาบาลแบกจริง 10,000-13,000 บาท

3.หาแหล่งรายได้ใหม่ หวังพึ่งพิงภาษีทางตรงหรือเงินอุดหนุนรัฐอย่างเดียวไม่ได้ ต้องกล้าเก็บภาษีสุขภาพเฉพาะให้เข้มข้น เช่น ภาษีโซเดียม ภาษีน้ำตาล นำระบบร่วมจ่าย (Co-payment) มาใช้ ให้ผู้มีรายได้ปานกลางถึงระดับสูง ร่วมออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในการรักษา สงวนสิทธิ์บัตรทองให้กลุ่มคนยากจนและผู้ไร้ที่พึ่ง

“งบประมาณสุขภาพ 570,000 ล้านบาท ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพราะต่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานดีแค่ไหน หากระบบสาธารณสุขล่มสลาย ประชาชนเจ็บป่วยล้มละลาย เศรษฐกิจก็ไม่มีวันเดินหน้าได้ รัฐบาลต้องเลิกวิธีถมเงินไล่ตามซ่อมที่ปลายเหตุ แต่ต้องกล้าปฏิรูประบบอย่างยั่งยืน” นายสกลธี กล่าว

Related Posts

Send this to a friend