POLITICS

‘ชัชชาติ’ จับมือ กมธ.คมนาคม สภาฯ จ่อตั้งอนุกรรมาธิการ แก้ปัญหาขนส่งมวลชน กทม. ทั้งระบบ

วันนี้ (30 มิ.ย. 65) ที่อาคารรัฐสภา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และ นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฏร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังการประชุมพิจารณาวาระ แนวนโยบายในการพัฒนาระบบขนส่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณ กมธ. ที่ได้ให้โอกาสเรียนเชิญมาร่วมหารือถึงการทำงานของ กทม. ซึ่งต้องประสานกับหลายฝ่าย รวมถึงรัฐบาลด้วย บางอย่างไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กทม. แต่ก็ยังมีกฎหมายต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องปรับแก้ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ของประชาชน วันนี้จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ได้แลกเปลี่ยนกันกับ กมธ. เชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

สำหรับความคืบหน้าของการกำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้าคงจะมีความคืบหน้า เพราะจะได้ปรึกษากับ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม หลังจากการประชุมในวันที่ 2 ก.ค. ต่อไป เรื่องนี้ถือว่าสำคัญ และไม่ใช่แค่สายสีเขียว แต่ต้องทำสายรถไฟฟ้าทุกสี จึงต้องประสานงานกับทาง กมธ. ต่อไปเช่นกัน

“เรื่องนี้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องตัวเลข เรื่องข้อมูล ถ้าเราโปร่งใส พูดความจริง ก็ไม่มีปัญหา ชี้แจงข้อเท็จจริงตัวเลขมาอย่างไร สัญญาที่แล้วมาเป็นอย่างไร คิดแบบนี้ขาดทุนเท่าไหร่ เราอธิบายด้วยตัวเลขและข้อเท็จจริง น่าจะชี้แจงได้หมด วันนี้ก็ได้อธิบายเบื้องต้นกับคณะกรรมธิการฯ ซึ่งท่านก็ได้มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะมีโอกาสปล่อยให้ขึ้นราคาค่าโดยสารหรือไม่ ชัชชาติ ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เพราะสุดท้ายรถไฟฟ้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของสายรถไฟฟ้า หรือ ส่วนไข่แดง ซึ่งขึ้นอยู่กับสัญญาสัมปทานอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับ กทม. เมื่อถึงปี 2572 ทุกอย่างจะเป็นไปตามสัญญาสัมปทาน จึงถือเป็นประเด็นระยะยาว ส่วนที่มีการเสนอราคาค่าโดยสาร 59 บาทนั้น ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ช่วงต่อขยายส่วนที่ 2 (หมอชิต-คูคต และ สำโรง-เคหะสมุทรปราการ) ขณะนี้ไม่ได้เก็บค่าโดยสาร ซึ่งมองว่าควรต้องเก็บ เพื่อมาชดเชยค่าเดินรถ

ด้าน นายโสภณ กล่าวว่า ทั้ง กมธ. และ กทม. มีอุดมการณ์ร่วมกันคือ มุ่งแสวงหาความร่วมมือ ด้าน กมธ. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องการมาทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.ในการเอกซเรย์ปัญหา รายละเอียดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากรุงเทพฯ ซึ่งทางฝ่ายนิติบัญญัติจะช่วยเหลือด้วยการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา และทาง กทม. จะส่งตัวแทนมาเป็นคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อหาหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยจะแก้ทั้งระบบไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

Related Posts

Send this to a friend