‘ทรงศักดิ์’ เผยประชุมร่วม สทนช. เตรียมออก 9 มาตรการแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ไม่ชัดหนุนแยกกระทรวงน้ำ
วันนี้ (30 เม.ย. 69) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ 2570 คณะที่ 1 แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งที่ 1/2569 ว่าเมื่อวาน (29 เม.ย.) ตนเองได้ประชุมร่วมกับ สทนช. ซึ่งจะมี 9 มาตรการในการแก้ไขบริหารน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งได้มอบนโยบายไปแล้วว่าเรื่องน้ำมีทั้งท่วมและแล้ง หากมองในเรื่องหลักการไม่เป็นเรื่องยาก น้ำท่วมเป็นเรื่องที่น้ำเกินกว่าพื้นที่กักเก็บน้ำ ส่วนน้ำแล้งคือน้ำน้อยไม่พอใช้ ทั้ง 2 อย่างสามารถบูรณาการแก้ปัญหากันได้
ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จะจัดในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในเดือน มิ.ย. นี้ จะมีแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยเข้าไปด้วยหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะอนุกรรมการถอดบทเรียน ซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จตั้งแต่สมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองเข้ามารับช่วงต่อ ส่วนใหญ่คิดตรงกันว่าพื้นที่รับน้ำมีไม่พอ มวลน้ำสะสม ซึ่ง สทนช. มีผังน้ำอยู่แล้วทั้ง 22 ลุ่มน้ำ ว่าจุดใดเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงต้องไปศึกษาและทำแก้มลิง ตัดตอนน้ำแต่ละจุดตามลุ่มน้ำต่าง ๆ ตนเองได้กำชับให้เร่งรัดทำในเรื่องนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่มองเพียงว่าเดี๋ยวก็ท่วม เดี๋ยวก็แล้ง ซึ่งบางครั้งปัญหาทั้ง 2 อย่างเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน หากมาดูแล้วน่าจะแก้ได้อย่างยั่งยืน
ส่วนความคืบหน้าการแยกกระทรวงที่จะมากำกับดูแลเรื่องน้ำโดยเฉพาะนั้น นายทรงศักดิ์กล่าวว่ายังไม่ทราบ แต่ สทนช. เป็นหน่วยงานที่สำคัญ การแก้ไขปัญหาน้ำเป็นงานบูรณาการร่วมกัน ก่อนย้ำว่าตนเองยังไม่ทราบว่ามีการแยกเป็นกระทรวงน้ำ
เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ในการแยกกระทรวงน้ำโดยเฉพาะ นายทรงศักดิ์กล่าวว่ามองว่าเรื่องการตั้งองค์กรที่เป็นการเฉพาะตัว ต้องดูให้เกิดความรอบคอบว่าหากทำแล้วจะสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นระบบอย่างไร วันนี้ สทนช. เองก็มีความพร้อมในตัวอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าส่วนตัวเห็นด้วยกับการแยกกระทรวงดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญ นายทรงศักดิ์กล่าวว่าขณะนี้การทำงานของ สทนช. ไม่ได้มีอุปสรรคอะไร มีโครงสร้างและบุคลากร รวมถึงหน่วยงานหลายหน่วยงานเข้ามาบูรณาการ และ สทนช. เองเป็นงานกำกับ ควบคุมเรื่องงบประมาณอย่าให้ซ้ำซ้อน และให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เป็นไปตามผลการศึกษาว่าพื้นที่ใดควรได้รับการจัดสรรงบประมาณเท่าใด หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคนกลางให้หน่วยงานปฏิบัติได้เงินไปปฏิบัติตามโครงการที่เสนอขอมา และต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน












