POLITICS

‘การดี’ ชำแหละงบฯ ปี 70 ซัดมองไม่เห็นอนาคต อัดงบดิจิทัลไร้ทิศทาง งบ AI ไม่ตรงปก

‘การดี’ ชำแหละงบฯ ปี 70 ซัดมองไม่เห็นอนาคต ตั้งคำถามรัฐพาประเทศไปทิศทางไหน หลังพบงบ AI 2.5 พันล้านติดป้ายไม่ตรงปก ห่วงไทยเสียโอกาสแข่งขันโลก

วันนี้ (29 มิ.ย. 69) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงทิศทางการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี พร้อมระบุว่าไทยกำลังตกขบวน ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นางการดีกล่าวว่าหากย้อนกลับไปดู 1 ใน 5T ของรัฐบาล คือ Transition หรือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและภาครัฐ ผ่านการลงทุนในคน ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ทักษะ และกฎหมายเพื่อการแข่งขัน แต่เมื่อพิจารณางบประมาณปี 70 กลับมองว่าเป็น “งบไร้อนาคต” เป็นงบที่กระจายซ้ำซ้อน และไร้ทิศทาง

พร้อมตั้งคำถามว่างบประมาณดังกล่าวมีคำว่า AI ติดป้ายปลอม ไม่ตรงกับเนื้อหาจริงหรือไม่ และจะทำให้ประเทศไทยตกขบวนโลกหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ มองว่าคำตอบคือใช่ทั้ง 3 ข้อ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยมีเงินไม่เพียงพอ แต่อยู่ที่ผู้ถือเงินยังไม่รู้ว่าจะพาประเทศไปทางไหน

นางการดีกล่าวว่างบประมาณไร้อนาคตข้อแรก คือการกระจายงบซ้ำซ้อน โดยเมื่อดูงบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อยู่ที่ 13,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30% แต่คิดเป็นเพียง 0.36% ของงบประมาณประเทศเท่านั้น จึงมีคำถามว่าหากโลกกำลังมุ่งสู่ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล งบประมาณส่วนนี้น้อยเกินไปหรือไม่ หรือถูกกระจายไปอยู่ในส่วนอื่น

โดยระบุว่างบของกระทรวงดีอีกว่า 6.5% กระจุกอยู่ใน 2 โครงการหลัก ได้แก่ ระบบคลาวด์ภาครัฐ และโครงการของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะระบบคลาวด์ภาครัฐที่ควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ปีนี้มีงบประมาณเกือบ 5,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่อยู่ประมาณ 2,200 ล้านบาท

นางการดีระบุว่าเมื่อรวมงบที่ลงทุนด้านคลาวด์กลางที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท แต่ยังพบว่าหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังมีการเช่าคลาวด์ของตัวเองแยกออกไป รวม 55 โครงการ มูลค่า 1,530 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่างบประมาณที่แท้จริงมีทิศทางอย่างไร และการกระจัดกระจายเช่นนี้จะทำให้เกิดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนได้หรือไม่

นางการดีกล่าวต่อว่าเมื่อตรวจสอบงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและไอที พบว่ามีมากกว่า 51,000 ล้านบาท ครอบคลุมหลายกระทรวง ทั้งศึกษา อว. มหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่เห็นพิมพ์เขียวหรือโรดแมปว่าจะนำงบประมาณเหล่านี้ไปสู่เป้าหมายประเทศดิจิทัลอย่างไร

รวมถึงแผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล วงเงิน 8,700 ล้านบาท ที่มีงบลงทุนเพียง 9.4% ขณะที่กว่า 70% เป็นงบดำเนินงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการลงทุนเพียงเล็กน้อยแต่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ดิจิทัล อาจไม่เพียงพอ

ส่วนประเด็นที่สอง นางการดีระบุว่างบประมาณปี 70 มีปัญหาเรื่อง “งบ AI ติดป้ายปลอม ไม่ตรงปก” โดยจากการตรวจสอบพบว่างบที่เกี่ยวข้องกับ AI มีมูลค่าประมาณ 2,583 ล้านบาท รวม 198 รายการ ใน 91 หน่วยงาน 20 กระทรวง และกว่า 90% ระบุเป็นงบลงทุน

แต่เมื่อพิจารณารายละเอียด พบว่างบที่ระบุว่าเป็นการลงทุน กลับมีทั้งงบสร้างห้องเรียน ซื้อครุภัณฑ์ รวมถึงงบสร้างอาคารปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริหารและผู้วางยุทธศาสตร์เข้าใจขีดความสามารถ of ประเทศคลาดเคลื่อน เพราะเป็นการกระจายงบโดยไม่มีศูนย์กลางยุทธศาสตร์

นางการดีกล่าวว่าการนำป้าย AI ไปติดเพื่อให้ได้งบประมาณ ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างผลงาน ผลสัมฤทธิ์ หรือผลลัพธ์ด้าน AI อย่างแท้จริง

สำหรับประเด็นที่สาม นางการดีกล่าวว่างบประมาณที่ไร้อนาคตอาจทำให้ประเทศไทยตกขบวนอีกครั้ง โดยมองจากยุทธศาสตร์และนโยบายของประเทศว่ายังไม่เห็นทิศทางว่าจะพาประเทศไปทางไหน

พร้อมยกตัวอย่างปัญหาจากยุคอีคอมเมิร์ซต่างชาติที่เข้ามา โดยไทยปรับกฎกติกาและสร้างแพลตฟอร์มไม่ทัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ได้รับผลกระทบ และตั้งข้อกังวลว่าหากผู้บริหารประเทศทำหน้าที่เพียงเหมือนผู้จัดซื้อจัดจ้าง เลือกซื้อสิ่งต่าง ๆ ในราคาถูก แต่ไม่มีการวางรากฐานให้ประเทศเติบโต อาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขัน

นางการดีระบุว่ากังวลว่าในอีกไม่เกิน 3 ปี ประเทศไทยอาจต้องกลับมาถกเถียงกันเรื่องข้อมูลความมั่นคงและ AI ของประเทศตกอยู่ในมือใคร ขณะที่ประชาชน รัฐ และ SME ไทย ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้ ย้ำว่าสิ่งที่ควรแก้ไขคือการมองปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไปได้ด้วยกัน

Related Posts

Send this to a friend