รัฐบาลเปลี่ยนโรงเรียนเป็นฐานช่วยน้ำท่วม ปิดเรียนพื้นที่เสี่ยง – เปิดครัวกลาง
รัฐบาลเปลี่ยนโรงเรียนเป็นฐานช่วยน้ำท่วม! ปิดเรียนพื้นที่เสี่ยง – เปิดครัวกลาง – ส่งอาชีวะลุย Fix It Center ดูแลตั้งแต่เด็กปลอดภัยถึงฟื้นฟูหลังน้ำลด
วันนี้ (28 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยดูแลตั้งแต่ ความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง การเรียนการสอน การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไปจนถึงการฟื้นฟูสถานศึกษา เพื่อให้เด็กไม่เสียโอกาสทางการศึกษา และประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยปิดเรียนพื้นที่เสี่ยง ลดภาระเดินทาง จัดเรียนชดเชยไม่ให้เด็กเสียโอกาส
ด้านการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้สถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569 ปิดการเรียนการสอน เพื่อบรรเทาปัญหาการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมจัดการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่นและมีการเรียนชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและการวัดประเมินผล โดยในวันที่ 29 กันยายน 2569 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ปิดการเรียนการสอน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของนักเรียน ผู้ปกครอง และครู
อีกทั้ง เปลี่ยนโรงเรียนเป็นฐานช่วยน้ำท่วม เปิดครัวกลาง ศูนย์พักพิงช่วยประชาชน นอกจากเป็นสถานที่จัดการศึกษาแล้ว สถานศึกษาที่มีความพร้อมจะถูกใช้เป็นครัวกลาง ศูนย์พักพิง และพื้นที่อำนวยการช่วยเหลือประชาชน พร้อมจัดตั้งโรงครัวและจัดทำถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็นและศักยภาพของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมี อาชีวะลุยพื้นที่ ตั้ง Fix It Center ช่วยทั้งตอนน้ำท่วม หลังน้ำลด โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะจัดตั้ง Fix It Center กระจายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยทำงาน 2 ช่วง คือ ช่วงเกิดเหตุและช่วงฟื้นฟูหลังอุทกภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนและอาคารสถานที่ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมให้ความรู้ด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุด้วยว่า เร่งสำรวจความเสียหาย ซ่อมโรงเรียนให้พร้อมก่อนเปิดภาคเรียน สำหรับสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานต้นสังกัดจะเร่งสำรวจอาคารสถานที่ วัสดุ และครุภัณฑ์ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณกลางสำหรับปรับปรุงซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมสำรวจงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการที่สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ช่วยเหลือได้ รวมถึงพิจารณาใช้กองทุนเยียวยาเพื่อการศึกษาและกองทุนช่วยเหลือครูและเด็กอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน แต่ละหน่วยงานสามารถเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณกลางไปยังสำนักงบประมาณได้โดยตรง โดยเร่งสำรวจความต้องการในแต่ละพื้นที่และเสนอของบประมาณให้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่านระบบ e-GP เพื่อไม่ให้งบประมาณปี 2569 ตกไป
สำรวจครอบครัวนักเรียน และครูที่ได้รับผลกระทบ พร้อมผนึกกำลังช่วยประชาชน กระทรวงศึกษาธิการยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจครอบครัวของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงกลาโหม โดยหน่วยทหารพัฒนา เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
พร้อมกันนี้ กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนระบบเรียนออนไลน์ เครื่องคอมพิวเตอร์ งบประมาณ อาหาร และอุปกรณ์การเรียน เพื่อช่วยให้การเรียนรู้ของเด็กสามารถเดินหน้าต่อได้แม้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
รวมทั้ง ติดตามสถานการณ์แบบ Real Time รวมข้อมูลเป็น Dashboard รายงานทุกวัน โดยด้านการติดตามสถานการณ์ กำหนดให้สถานศึกษารายงานข้อมูลไปยังหน่วยงานต้นสังกัดแบบ Real Time ก่อนรวบรวมเข้าสู่ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำ Dashboard รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทุกวันในช่วงเกิดเหตุ ขณะที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลางของหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเป็นเอกภาพ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า มาตรการของกระทรวงศึกษาธิการมุ่งดูแลประชาชนแบบครบวงจร โดยเฉพาะการ รักษาความปลอดภัยของนักเรียน ไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา ใช้ทรัพยากรของสถานศึกษาเป็นฐานช่วยเหลือประชาชน และเร่งฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ทั้งการศึกษาและการดำรงชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว












