POLITICS

‘เสรี’ มอง ‘สุชาติ’ เหมาะนั่งประธานสภาฯ กว่า ‘ปดิพัทธ์’

‘เสรี’ มอง ‘สุชาติ’ เหมาะนั่งประธานสภาฯ กว่า ‘ปดิพัทธ์’ ชี้ ‘พิธา’ ขาดวุฒิภาวะ ปมเสนอแก้มาตรา 112

วันนี้ (28 มิ.ย. 66) นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตนเองในฐานะประธานคณะกรรมมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้นัดมาหารือกับประธาน กกต.ถึงประเด็นปัญหาการทำงานของ กกต.ในช่วงเลือกตั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการแก้อุปสรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ทั้งนี้ได้นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับความไม่ชัดเจนเรื่องทรัพย์สินและมรดก ยื่นให้ กกต.ด้วย เพื่อประกอบให้ กกต.ได้พิจารณาร่วมกับประเด็นการถือหุ้นไอทีวีว่าเป็นการถือโดยทายาท หรือเป็นผู้จัดการมรดก

พร้อมทั้งขอให้ กกต.ทำหน้าที่ให้ปรากฏโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม ส่วนระยะเวลาดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ทำไปก่อนหน้านี้ในช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ส.ส. ซึ่ง กกต.ได้ไต่สวนหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 อีกส่วนหลังประกาศรับรอง ส.ส. กกต.คงใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนที่มีความปรากฎ

ประเด็นเก้าอี้ประธานสภาฯ ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยจะเป็นชนวนแห่งรอยร้าวหรือไม่ ในมุมมองของตนเองเป็นการตกลงกันของแต่ละพรรคการเมือง คงไม่ถึงขนาดแตกแยกรุนแรง หากมีความคิดเห็นไม่ตรงกันจะต้องใช้เสียงในสภาฯ เพื่อตัดสินปัญหา แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งภายในพรรคก็จะเป็นไปตามมติของพรรค

เมื่อถามถึงสเปคว่าที่ประธานสภาฯ ควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร นายเสรี กล่าวว่า ขอให้ดูการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ คนก่อน ๆ ว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นที่เคารพและน่าเชื่อถือของบรรดาสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ ต้องวางตัวอย่างเหมาะสม หากมีการแสดงออกก้าวร้าว ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว คงต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสม สมาชิกสภาฯ สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจได้

เมื่อถามว่านายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เหมาะกับตำแหน่งนี้หรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า นายสุชาติมีประสบการณ์ มีความสามารถทำงานในสภาฯ มาหลายสมัย ไม่น่าจะติดขัดอะไร ส่วนที่พรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล เป็นประธานสภาฯ นั้น เสนอได้ เพราะมาจากพรรคการเมืองของแต่ละพรรค การจะเป็นได้ดีหรือไม่ ต้องดูจากความรู้ความสามารถ การวางตัว การแสดงออก แต่หากให้เทียบ “นายสุชาติ ดีกว่า”

ขณะที่กระแสพรรคการเมืองซื้อ ส.ว.ให้โหวตเลือกนายกฯ เป็นแค่ข่าว ไม่น่ามีใครมาลงทุนกับ ส.ว.ได้ เราไม่สามารถปิดบัง เพราะสมัยนี้มีทั้งคลิป และการอัดเสียง ใครที่คิดจะทำถือว่าคิดผิด ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะ ส.ว.ทุกคนไม่น่าจะซื้อได้ อยู่ที่เหตุผลและความตรงไปตรงมา

ส่วนกรณีที่นายพิธา ให้สัมภาษณ์ก่อนรายงานตัวที่สภาฯ ว่าหากนำมาตรา 112 มาเป็นเงื่อนไขโหวตเลือกนายกฯ เหมือนเป็นการนำประชาชนมาปะทะกับสถาบันหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า แค่ข้อเสนอก็ขาดวุฒิภาวะแล้ว สิ่งที่เสนอมาชัดเจนแล้วว่ากระทบกับสถาบัน เมื่อ ส.ว.ไม่เห็นด้วยก็เป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอามวลชนมาให้เกิดการปะทะกัน การเป็นผู้นำประเทศหากต้องการให้ตนเองอยู่ในตำแหน่ง ควรเสนออะไรที่สร้างสรรค์ ไม่ให้เกิดความเห็นแตกต่าง

Related Posts

Send this to a friend