POLITICS

นายกฯ ย้อน “ใครพูดเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่พอ” ชี้รัฐบาลมีงบกลางช่วยเหลือ 4 พันล้าน

นายกฯ ย้อน “ใครพูดเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่พอ” ชี้รัฐบาลมีงบกลางช่วยเหลือ 4,000 ล้าน เผยมีผู้ใช้ทริกแยกจาก 1 เป็น 5-10 ครัวเรือน ยันจ่ายตามเกณฑ์ครัวเรือนละ 9,000 บาท

วันนี้ (27 ต.ค.69) เวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่าเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยไม่เพียงพอโดยย้อนถามว่า “ใครบอกว่าเงินไม่พอ”

เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บอกว่าเงินไม่เพียงพอ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเวลาจะไปขอเงินจากใครก็ไม่เห็นมีใครบอกว่าเงินเพียงพอสักคน แต่รัฐบาลในภาพรวมต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และพยายามดำเนินการตามระเบียบและหลักเกณฑ์ โดยหากเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ท้องถิ่นจะให้ท้องถิ่นเป็นผู้เยียวยาประชาชนก่อน หากงบประมาณไม่เพียงพอรัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งกรณีนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าได้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย กทม.ใช้งบประมาณจำนวนมากเกือบ 4,000 ล้านบาท และรัฐบาลจะสมทบให้ 500 ล้านบาท ส่วนอีก 3,500 ล้านบาทเป็นงบประมาณของรัฐบาลที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีวงเงินรวมกว่าหมื่นล้านบาท

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก เพราะหากเกิดเหตุในช่วงนี้แพ็กเกจประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมย้ำว่า “ฉะนั้นเรื่องเงินไม่พออย่าไปพูด รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในภาพรวมอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าประชาชนสะท้อนว่าปัญหาขณะนี้คือเงินเยียวยาเข้าบัญชีล่าช้า โดยบางรายรอมานานเป็นสัปดาห์แต่ยังไม่มีการจ่ายเงิน และไม่แน่ใจว่าติดขัดตรงไหน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าขึ้นอยู่กับการตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติ โดยต้องยอมรับว่ามีคนพยายามใช้เทคนิคแบ่งหนึ่งครัวเรือนออกเป็น 5 ครัวเรือน หรือบางกรณีถึง 10 ครัวเรือน เพื่อรับเงินเยียวยา ซึ่งไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่ามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ครัวเรือนละ 9,000 บาท ไม่ว่าจะมีการแบ่งแยกหรือแตกออกเป็นกี่ส่วนก็ต้องยึดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยสิ่งสำคัญคือการตรวจสอบให้ถูกต้อง เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีจ่ายเงินไปแล้วพบว่าไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ หากเรียกเงินคืนก็เป็นเรื่องยาก ต้องทำหนังสือทวงถามตามระเบียบราชการ ซึ่งทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมารัฐบาลต้องรอให้สถานการณ์เรียบร้อยก่อนจึงจะจ่ายเงินเยียวยา แต่ครั้งนี้เลือกจ่ายเงินให้เร็วขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อย่างไรก็ตามกระบวนการตรวจสอบยังคงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

Related Posts

Send this to a friend