นายกฯ ปัดเอี่ยวฮั้ว สว. ยัน ไม่เคยร่วมวงเจรจาใคร มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล
นายกฯ แจงยิบ ปัดเอี่ยวฮั้ว สว. ยันไม่มีอะไรในกอไผ่-ไม่เคยร่วมวงเจรจาใคร มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล บอกไปพูลแมนเป็นเรื่องปกติ ชี้เคยย้ำเตือนลูกพรรค ‘ภูมิใจไทย’ เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ห้ามยุ่งตั้งแต่แรก ไม่หวั่นถูกร้องยุบพรรค แค่รำคาญ-สมเพช
วันนี้ (27 ก.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (คดีฮั้ว สว.) ที่ฝ่ายค้านมีการเปิดข้อมูลเพิ่มเติม จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลจะยิ่งแน่นขึ้น เพราะเรามั่นใจซึ่งกันและกันว่าไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ สว. เป็นกลไกของระบอบรัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบออกกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่รัฐบาลจะต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากเรียกไปตอบกระทู้เราก็ต้องไปเหมือนสภาผู้แทนราษฎรทุกอย่าง ก็ว่าไปตามกฎหมาย รัฐบาลหรือผู้ที่ถูกกล่าวหา เช่น มีคนกล่าวหาตน เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กฎหมายสอบถามมา ตนก็ให้การชี้แจง ทุกอย่างครบทุกประเด็น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีหน่วยงานใดเชิญไปชี้แจงแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีใครเชิญไป ตนได้ให้การเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งปีกว่าแล้ว
ส่วนการฟ้องร้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ในฐานะส่วนตัว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ มีช่วงเวลาให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้อง จะมาบังคับให้ตนไปฟ้องวันนี้วันนั้นไม่ได้ เพราะมีทนายความ ไม่ได้เขียนเองเพราะถ้าเขียนเองยิ่งช้า
ส่วนจะมีการตั้งวอร์รูมสู้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่า ไม่มี จะตั้งวอร์รูมสู้ไปทำไมในเรื่องพวกนี้เพราะไม่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามย้ำว่าหากมีการอภิปรายในเรื่องนี้ที่ประชาชนมีความสนใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้มันเริ่มมาเป็นปีแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องมีราว ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดและไม่เห็นไวตรงไหน ช้าจะตาย
เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าประเด็นนี้จะไม่ทำให้พรรคภูมิใจไทยหล่นลงมาจากการเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษา แต่หากถามกันตรง ๆ พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คนที่เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย ตนเองที่บอกผู้สื่อข่าวเมื่อปีที่แล้วว่าได้ออกหนังสือแจ้งเตือนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้ลูกพรรคเกี่ยวข้อง ข้องแวะ ใด ๆ กับเรื่องการเลือก สว. เพราะพรรคไม่ข้องเกี่ยวใด ๆ และหนังสือนั้นยังอยู่ และผู้สื่อข่าวก็ไม่ได้นำหนังสือดังกล่าวมาเผยแพร่พี่น้องประชาชน มัวแต่ไปถามคนโน้นคนนี้ และเอามาทำเป็นเรื่องเป็นราว
เมื่อถามว่าจะเอาหนังสือดังกล่าวออกมาเน้นย้ำหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ เพราะไม่ได้เป็นความลับ และรู้อยู่แล้วหากมีเรื่องขึ้นมาก็ต้องนำมาเผยแพร่
เมื่อถามว่าเคยไปโรงแรมพูลแมนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่โรงแรมพูลแมนเป็นประจำอยู่แล้ว ต้องถามว่าวันไหนที่ไม่ได้ไป อย่าถามว่าตนไปวันไหน เพราะอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก่อนที่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ “เทปันยากิอร่อย บุฟเฟ่ต์ก็ดีนะคุ้มราคา”
เมื่อถามย้ำว่ามีคนไปเชื่อมโยงว่านายกรัฐมนตรีอยู่ร่วมในวงที่มีผู้สมัคร สว. ด้วยนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ตนบอกว่าต้องไปถามว่าทำไมต้องไปวันนั้น โรงแรมพูลแมนมีวันไหนที่ตนไม่ได้ไป ตนไปใช้บริการสปาตั้งแต่เขาเปิด
ส่วนวันที่เขาไปรวมตัวกัน ได้ไปทักทายจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนทักทุกคน เพราะนั่งทานกาแฟอยู่ตรงล็อบบี้ ตั้งแต่ยังไม่มีตำแหน่ง แต่ตอนนี้คงไปนั่งทานไม่ได้แล้ว เพราะ รปภ. ไม่ยอมให้นั่ง พร้อมย้ำว่าไม่ทราบว่ามีการรวมตัวกัน ตนเจอใครตั้งเยอะแยะ ซึ่งสื่อมวลชนก็เจอ
เมื่อถามว่าได้เจอใครที่เป็น สว. ชุดปัจจุบันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เพียบ โรงแรมนี้เหมือนโรงแรมสมัยก่อน แถวพญาไท ราชเทวี รุ่นพ่อ ที่อยู่กันทั้งวัน เช้าก็อยู่ เที่ยงก็อยู่ เย็นก็อยู่สลับกัน ร้านอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ร้านอาหารจีน ร้านบุฟเฟ่ต์ เป็นเรื่องปกติ มันไม่มีแสดงอะไร”
ส่วนจะแสดงว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ตรงนั้นไม่มีกอไผ่”
เมื่อถามว่าไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับคดีฮั้ว สว. ได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าถามตนก็ต้องบอกว่าไม่สามารถ เพราะมันไม่เกี่ยว
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏตัวอยู่ในวงเจรจาที่เกี่ยวกับเรื่องเลือก สว. นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ไม่มีครับ” เพราะตนเจอคนเป็นหมื่นเป็นพันคน ทุกวันนี้มีแต่คนเข้ามาขอถ่ายรูป ไม่เคยเดินไปขอใคร และก็นับคะแนนจากตรงนี้ ใครมาขอถ่ายรูปก็ให้ถ่ายทุกคน ตนคิดว่าอย่างน้อยก็ได้คะแนนครึ่งคะแนน มันเป็นประโยชน์สำหรับตัวตน
เมื่อถามว่าในเวทีฝ่ายค้านที่เปิดเรื่องฮั้ว สว. เพิ่มเมื่อวาน มีการเปิดเผยข้อมูลว่าอดีตที่ปรึกษาของตนเคยให้ผู้สมัคร สว. เซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อการันตีตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีย้อนถามว่า “ใคร” ก่อนกล่าวว่า หากจะต้องมีการลาออกไปลง สส. หรือ สว. เป็นเรื่องปกติที่ต้องมาลาจากตน หากไม่ออกจะขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็น หากใครมาลาออกก็ให้ออก ไม่เคยดึงให้ใครอยู่ เพราะใจคิดออกแล้วมันก็มีส่วนไม่อยากทำงานแล้ว ตนก็ให้ออกทั้งนั้น
เมื่อถามว่ามีผู้จะไปร้องเรียนจนอาจถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทยกังวลหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่รำคาญ สมเพช













