POLITICS

‘โสภณ’ ยกบุรีรัมย์โมเดลบูรณาการแก้ยาเสพติด ขอ สส.-สว. เร่งปลดล็อกกฎหมาย

‘โสภณ’ ปาฐกถาพิเศษยกบุรีรัมย์โมเดลบูรณาการแก้ยาเสพติด ขอ สส.-สว. วางการเมือง เร่งปลดล็อกกฎหมาย ฝากการบ้าน ‘ทรงศักดิ์’ ช่วยคนพ้นทุกข์ยานรกเป็นอานิสงส์สูงสุด

วันนี้ (27 เม.ย. 69) นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร

นายโสภณ เปิดเผยว่าหัวใจงานนี้คือ “การบูรณาการ” ตนเองยินดีไม่ใช่แค่ยินดีด้วยธรรมเนียม แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฝ่ายนิติบัญญัติมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอันสำคัญที่เป็นภัยร้าย เชื่อว่าหน่วยงานทั้งหมดที่มาร่วมในวันนี้ท่านได้ทำภารกิจด้วยความเข้มแข็งมาโดยตลอด แต่ปัญหายังไม่ลดลงกลับทวีความรุนแรง สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยประจวบกับขณะนี้ประเทศเราและสังคมโลกกำลังเกิดวิกฤตการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ความขัดแย้ง วิกฤตการณ์การแข่งขันทางการค้า โรคอุบัติใหม่ สภาวะอากาศและความแปรปรวนรุมกระหน่ำมายังโลกนี้ ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย ยิ่งภาวะปัจจุบันนี้ผลกระทบที่สำคัญคือ วิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง มีผลกระทบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ตนเองได้สดับตรับฟังฝ่ายบริหาร พบว่าพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหมด

จากประสบการณ์ที่ได้ต่อสู้กับยาเสพติด ตั้งแต่ปี 67 ตอนนั้นไม่นึกว่าจะได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมาเป็นก็ได้สัมผัสกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านนี้ ปรากฏว่าสิ่งที่เห็นเป็นปัญหาคือ หน่วยงานยาเสพติดของประเทศไทยมีภารกิจอยู่ทุกกระทรวง ทุกกรม แต่งบประมาณกระจัดกระจาย สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือต่างคนต่างทำ ดังนั้นจึงต้องบูรณาการกัน

ขณะนั้นเป็นรองนายกฯ จึงได้ไปดูงานที่จังหวัดบุรีรัมย์ เสนอโครงการแก้ปัญหายาเสพติดเข้า ครม. และเริ่มคิกออฟที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตนเองให้ความสำคัญกับทุกคนที่มาจากภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ กำนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ท้องถิ่น หรือข้าราชการ หากผลของโครงการเกิดเป็นความสำเร็จได้จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย เพราะคำว่า “บูรณาการเป็นยาขมของราชการมาตลอด” แต่ถ้าวันนี้เราได้ข้อสรุปแล้วนำไปสู่การปฏิบัติในช่วงที่ประเทศกำลังเจอวิกฤตการณ์งบประมาณ เข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณอย่างประหยัด เพราะงบประมาณส่วนหนึ่งต้องไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันปัญหายาเสพติดจะพอกพูนขึ้น จนทำให้ประเทศนี้ฉุดรั้ง ไม่ว่าจะ GDP หรือความอ่อนด้อยของประชาชน สิ่งที่อยากเห็นวันนี้คือการบูรณาการใช้งบประมาณร่วมกัน

นายโสภณ ยังยกตัวอย่างโครงการเวิร์กชอปแก้ปัญหายาเสพติดที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าปัญหาใหญ่คือ ไม่มีงบประมาณ ตนเองจึงบอกว่าเงินอยู่ในอากาศ หากวันนี้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเราทำจริง เชื่อมั่นฝ่ายบริหาร เชื่อมั่นข้าราชการ เชื่อมั่นว่าเราทำจริงเขาจะร่วมมือกับเราแน่นอน โดยประชาชนจะสนับสนุนและเป็นกำลังให้เรา โดยในจังหวัดบุรีรัมย์เราได้จัดโครงการเดินวิ่ง มีคนมาวิ่งเป็นหมื่นคน ขายเสื้อได้ 14 ล้านบาท ใช้วิธีว่าตำบลไหนหาเงินได้มากก็เอาเงินไปช่วยในตำบลนั้น หรือการจับยาเสพติดที่สมัยก่อนต้องมียุทธการปิดล้อม แต่ในระยะหลังประชาชนนำลูกนำหลานมาบำบัดเอง เราจึงให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานหลักดูแลเรื่องการคัดกรอง กระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องการรักษา ตำรวจเป็นพี่เลี้ยง ส่วนฝ่ายสังคมคือ กระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยฝึกอาชีพ

สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จคือเราใช้ “วัด” เป็นสถานที่บำบัด ใช้หลักสูตร 7 วัน 9 วัน สร้างความตระหนักรู้ พาทำวัตร-สวดมนต์ ซึ่งได้ผลมากกว่าการไปใช้สถานที่อื่น เพราะการบำบัดเป็นการฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งปัจจุบันมีผู้บำบัดแล้ว 4,000 คน เราไม่ได้จัดหลักสูตรแบบบังคับแต่ใช้วิธีผ่อนคลายให้คนมีความสุข ให้ทำงาน สวดมนต์ไหว้พระ เล่นกีฬา และทำจิตอาสาทุกวัน พระเอกคือ อสม. และ รพ.สต. ที่ศรัทธาในงานที่ทำ ใจต้องใหญ่ ซึ่งจะตรวจติดตามผู้ออกจากค่ายทุก 7 วันไปจนถึง 1 ปี

ในช่วงท้าย นายโสภณ ฝากการบ้านถึง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ต้องทำเรื่องยาเสพติด ช่วยมนุษย์ให้พ้นทุกข์ถือเป็นอานิสงส์สูงสุด จึงอยากเห็นประเทศนี้ได้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังด้วยคำว่า “บูรณาการ” ฝ่ายนิติบัญญัติต้องขอบคุณ สว. และ สส. เราต้องไปเอกซเรย์กฎหมายว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ สิ่งที่ตนเองมีความตั้งใจคือสถาบันนิติบัญญัติต้องเป็นสถาบันที่ขับเคลื่อนประเทศพร้อมกับฝ่ายบริหาร จึงอยากเห็นสมาชิกรัฐสภาร่วมมือแก้ปัญหากฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค ทั้งเรื่องการลงทุนและยาเสพติดให้เร็วที่สุด

“ใช้คำว่าวางการเมืองก่อนได้ไหม เรามาร่วมกันทำงานจริงๆ เพราะอยากเห็นประเทศนี้ไม่ต้องลงทุนด้วยงบประมาณ แค่แก้กฎหมายอำนวยความสะดวกผลักดันให้ประเทศนี้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่อยากเห็นบางกฎหมายหมดอายุผู้แทนยังประกาศใช้ไม่ได้ บางเรื่องต้องลดคำว่าการเมืองออก หากเห็นภาพร่วมกันที่จะขับเคลื่อนประเทศนี้” นายโสภณ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend