ปลัด ยธ. เผยเรื่องขอนิรโทษกรรม ‘ทักษิณ’ ยังไม่ถึงชั้นอนุกรรมการกลั่นกรอง
ปลัด ยธ. เผยเรื่องขอนิรโทษกรรม ‘ทักษิณ’ ยังไม่ถึงชั้นอนุกรรมการกลั่นกรอง ยันไม่มีตัดทิ้ง ขออย่ามองชื่ออดีตนายกฯ ชี้อยากให้มองคืนความเป็นธรรมทุกฝ่าย
วันนี้ (26 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินทางคดีตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ว่า กรณีของนายทักษิณ ตนเองเห็นเพียงข่าวว่ามีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมีคณะกรรมการกลั่นกรอง 2 ชุด โดยชุดแรกมีตนเป็นประธาน หากเรื่องมาถึงคณะอนุกรรมการของตนเมื่อใด ก็จะพิจารณาโดยไม่มีอะไรซับซ้อน ยืนยันว่าขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึง และทันทีที่เรื่องมาถึง จะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการทุกเรื่อง แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมพิจารณา
นายปิยะศิริ กล่าวว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ตามปกติ ซึ่งประชุมเดือนละครั้ง โดยอาจหารือให้ชัดเจนว่าจะวางกรอบการพิจารณาอย่างไร แต่หลักการจะเป็นการนิรโทษกรรมเรื่องการชุมนุม หรือการกระทำต่อรัฐ ซึ่งจะนิรโทษกรรม หรือภาษาไทยเรียกว่าอโหสิกรรม แต่ท้ายที่สุดผู้ตีความคือคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการตัดทิ้ง โดยให้ความสำคัญกับทุกคน ทั้งผู้ที่อยู่ในเรือนจำและเยาวชน ไม่ใช่เพียงอดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า หากผ่านอนุกรรมการกลั่นกรองแล้ว จะต้องผ่านคณะกรรมการชุดใหญ่ใช่หรือไม่ นายปิยะศิริตอบว่า ตามชื่อคณะกรรมการกลั่นกรองก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า จะต้องกลั่นกรองก่อนเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
นายปิยะศิริยืนยันว่า เรื่องนี้รอไม่ได้ โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการ สั่งการแล้วว่าต้องดำเนินการให้รวดเร็วและตรงตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมยอมรับว่านักวิชาการหลายคนมีมุมมองแตกต่างกัน แต่อนุกรรมการจะสรุปคำชี้แจงและความเห็นต่าง ๆ ก่อนเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่
เมื่อถามว่า นายทักษิณมีคดีกี่คดี นายปิยะศิริกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ลงรายละเอียด โดยขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงกรมราชทัณฑ์ สรุปว่ามีคดีจำนวนเท่าใดและมีใครอยู่ในคดีบ้าง แต่ร้อยละ 80 ถูกส่งไปอยู่ในชั้นอัยการ จึงต้องประสานงานกันว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใด พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ในส่วนของดีเอสไอมี 2 คดี
เมื่อถามว่า เมื่อเป็นชื่อนายทักษิณ อนุกรรมการมีความกดดันหรือไม่ นายปิยะศิริยืนยันว่าไม่มี โดยระบุว่า “อย่าไปคิดว่าใครชื่ออะไร แต่คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยที่ต้องช่วยพิจารณาให้ความเป็นธรรมดีกว่า”
เมื่อถามว่า การพิจารณาของคณะกรรมการชุดดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดหรือไม่ นายปิยะศิริกล่าวว่า กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งตนคิดว่าความเห็นในส่วนนี้น่าจะจบได้ เว้นแต่ผู้ยื่นเรื่องไม่พอใจ ซึ่งมีช่องทางอุทธรณ์
นายปิยะศิริยอมรับว่า มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าวจำนวนมาก โดยเบื้องต้นเห็นตัวเลขคร่าว ๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งกระทรวงยุติธรรม อัยการ และตำรวจ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำมารวมกันในคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่า หากเรื่องมาถึงกระทรวงยุติธรรม จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมด โดยกล่าวว่า “เราเข้าใจหัวอกคน อยากให้มันผ่านพ้นไป”














