‘จุลพันธ์’ เผย เร่งดันร่าง กม.คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม เข้า ครม. สิ้นปีนี้
‘จุลพันธ์’ เผย เร่งดันร่าง กม.คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม เข้า ครม. สิ้นปีนี้ พร้อมยกเครื่อง ม.40 อุดช่องว่างเยียวยาระยะสั้น
วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตอบกระทู้ถามเป็นหนังสือ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถึงแนวทางการคุ้มครองและรับรองสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์ม รวมถึงมาตรการเยียวยาในระยะสั้นระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมาย
นายจุลพันธ์ ระบุว่า ปัจจุบันแรงงานแพลตฟอร์มในประเทศไทย เช่น ไรเดอร์ส่งอาหาร พนักงานนวดสปา หรือแม่บ้านออนไลน์ มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 แสนถึง 1 ล้านคน และคาดว่าจะแตะหลักล้านคนอย่างแน่นอนในอีก 3–5 ปีข้างหน้าตามการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อด้วยว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้จัดทำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างเพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 1 ปีในการเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ในที่ประชุมระดับโลกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ยังคงมีข้อถกเถียงและยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเรื่องสถานะสัญญาจ้างว่าเป็น ‘พาร์ตเนอร์’ หรือ ‘ลูกจ้าง-นายจ้าง’ ซึ่งส่วนตัวนายจุลพันธ์มองว่า สถานะสัญญาจ้างควรพิจารณาจากเกณฑ์ “อำนาจบังคับบัญชาหรืออำนาจเหนือ” ของแพลตฟอร์ม เช่น การให้คุณให้โทษ การระงับระบบงาน หรือการให้เงินโบนัสพิเศษ ช่วงเวลาที่ผ่านมาระหว่างที่กฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จนั้น นายจุลพันธ์ยอมรับว่าเป็น Pain Point สำคัญของกระทรวงแรงงาน เนื่องจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ เช่น ไรเดอร์ประสบอุบัติเหตุ มักพบว่าไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปเยียวยาหรือให้การรักษาพยาบาลได้อย่างเต็มที่ ออกชั่วคราวขณะนี้คือการรณรงค์ให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 40 อย่างไรก็ดี จากข้อมูลพบว่าผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ที่มีอยู่กว่า 10 ล้านคน ส่วนใหญ่มีการขาดส่งเงินสมทบ โดยมีผู้ส่งสม่ำเสมอเพียงประมาณ 1 ล้านกว่าคนเท่านั้น เนื่องจากสิทธิประโยชน์เดิมเน้นเรื่องสุขภาพซึ่งซ้ำซ้อนกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจึงอยู่ระหว่างปรับปรุงสิทธิประโยชน์ มาตรา 40 ให้จูงใจและสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น โดยเน้นการรองรับเรื่องเงินบำนาญ เงินออมยามเกษียณ และเงินชดเชยกรณีตกงานหรือหยุดงาน
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ออกเป็นกฎกระทรวงมาบังคับใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์มชั่วคราวก่อนนั้น นายจุลพันธ์ชี้แจงว่า กระทรวงแรงงานเคยส่งเรื่องหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งมีข้อวินิจฉัยตอบกลับมาอย่างชัดเจนว่า เจตนารมณ์ของมาตรา 22 ใช้บังคับกับสัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ และมาตรา 575 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ข้อตกลงบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในปัจจุบันมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงานตามกฎหมายดังกล่าว จึงยังติดข้อจำกัดในการนำมาบังคับใช้














