‘ชวน’ เปิดอบรมผู้นำรุ่นใหม่ ฉายภาพปัญหาการเมืองไทยเกิดจากตัวบุคคล กฎหมายจึงต้องศักดิ์สิทธิ์
‘ชวน’ เปิดอบรมผู้นำรุ่นใหม่ DIP รุ่นที่ 16 ฉายภาพปัญหาการเมืองไทยเกิดจากตัวบุคคล กฎหมายจึงต้องศักดิ์สิทธิ์ มองฟ้อง iLaw เปิดโอกาสเรียกหลักฐานคดีฮั้ว สว.ในชั้นศาล
วันนี้ (25 ก.ค.69) นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดการอบรมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ หรือ โครงการ Democrat Internship Program หรือ DIP รุ่นที่ 16 เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ เข้าใจประเทศไทย และพัฒนาทักษะการคิดเชิงนโยบายผ่านประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์
นายชวน กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ”การเมืองกับสังคมไทย” โดยยอมรับว่า อนาคตประเทศไทย มีปัญหาทางการเมืองจากพฤติกรรมตัวบุคคล จึงมีการวิจารณ์ว่า ล้มเหลว ทั้งที่ การปกครองประเทศไม่ได้ล้มเหลว แต่ผู้บริหารประเทศล้มเหลว หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ การปกครองก็ไปไม่รอด ดังนั้นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายมีความสำคัญมาก เพราะระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กฎหมายและหลักนิติธรรม มีความสำคัญมาก หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะมีการละเมิดสิทธิ์คนอื่น
ตนเองได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต.หลังสังคมมีการวิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะการเลือกตั้งไม่สามารถจับการทุจริตได้ และจับได้เพียง 1 เขต จาก 500 เขต ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีพยานเบิกความเพียงคนเดียว โดยระบุได้ดำเนินการร่วมกับทหารในพื้นที่ ซึ่งซื้อเสียงให้พรรคภูมิใจไทย และนอกนั้นไม่สามารถจับได้เลย ดังนั้น กกต.จัดการเลือกตั้งได้ แต่ไม่สามารถจับการทุจริตได้ ตนเองจึงได้ให้กำลังใจ กกต.ในการทำหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ไม่คำนึงถึงบุญคุณ เพราะมิเช่นนั้น ประเทศจะเสียหาย
นายชวน ยังกล่าวถึงคดีฮั้ว สว.ที่ล่าสุด iLaw ได้ออกมากล่าวหา 9 บุคคลที่เป็น สส.และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ตนเองอ่านแล้ว ไม่ได้บอกว่าจริง แต่หากไม่จริง ผู้ที่ร้องเรียนจะต้องติดคุกหัวโต แต่เชื่อว่าผู้ที่แถลงข่าวกล่าวหา คงพอใจที่จะถูกฟ้องคดี เพราะเมื่อคดีขึ้นสู่ชั้นศาลแล้ว จะสามารถเรียกหลักฐานที่มีการขอแล้วไม่ได้ได้ ซึ่งถือเป็นการฟ้อง เพื่อให้ศาลออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือ หากมีการฟ้องแล้ว หลักฐานใดที่ยังไม่มีการส่ง ศาลก็จะเรียกพยานมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนปัญหาธุรกิจการเมืองที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย พร้อมย้ำแนวทางประชาธิปไตยสุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้จะลำบาก แต่หาก สส.มีคุณภาพ ก็สามารถสู้ได้ และมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ ดีพอจึงอยู่รอดด้วยหลักการ และรอดพ้นจากการเป็นพรรคอะไหล่ ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ จะกลับมา พร้อมฝากให้ผู้เข้าอบรม ที่อยากเป็นนักการเมือง หรือรับราชการตามกระทรวง ทบวง ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอบรมในครั้งนี้ เยาวชนผู้เข้าร่วมอบรม จะได้เรียนรู้จากนักการเมือง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาในระดับประเทศมาร่วมเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และแบ่งปันประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ, นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคฯ, ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายซีเค เจิง นักธุรกิจและอินฟลูเอ็นเซอร์ CEO แพล็ตฟอร์ม Fastwork, นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นต้น พร้อมลงพื้นที่ เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม เพื่อฝึกวิเคราะห์หาแนวทางการแก้ไขปัญหา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ภายใต้บรรยากาศที่เคารพความหลากหลาย
โดยในช่วงท้ายการอบรม เยาวชนผู้เข้ารับการอบรม จะได้ทำกิจกรรม Policy Hackathon เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ประชันความคิด และฝึกออกแบบนโยบายจริง และแนวคิดที่มีศักยภาพจากการแข่งขัน จะถูกนำไปพิจารณา และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงโดยกลไกของพรรคต่อไป














