POLITICS

นายกฯ เสนอ พ.ร.บ.โอนงบปี 69 ต่อสภาฯ

ดึงงบโครงการยังไม่เดินหน้า 1.03 หมื่นล้านบาท แจงเหตุโอนงบรายการล่าช้า-ชะลอได้ เติมงบกลางรองรับวิกฤตและสาธารณภัย หวัง สส. รับหลักการเพื่อนำไปใช้ตามความจำเป็นเร่งด่วนให้คุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติ

วันนี้ (25 มิ.ย. 69) เวลา 09.35 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอวงเงิน 10,328 ล้านบาท ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 ต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

สำหรับหลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นจำนวน 10,328,065,100 บาท เหตุผลด้วยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม รัฐบาล จึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โดยที่ผ่านมารัฐบาล ได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้ จำนวน 99,000,000,000 บาท มีไม่เพียงพอ รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์หรือสาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ 2569 ไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ หรือความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการโอนงบฯ ครั้งนี้ว่ามี 2 ประการ คือ

1.เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ จำนวนทั้งสิ้น 10,328,065,100 บาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

2.เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาล เห็นว่ากฎหมายการโอนงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 มีความสอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ ดังกล่าว มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 วรรค 1 ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย จะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะมี พ.ร.บ.ให้โอนหรือนำไปใช้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยงบประมาณและรายการที่นำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.นี้ ประกอบด้วย

1.รายจ่ายประจำในทุกรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

2.รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ที่ยังไม่สามารถประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็นและต้องการยกเลิก หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้ รัฐบาล ได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3-4 ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่าง ๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

โดยงบประมาณที่นำมาจัดทำโอนงบประมาณรายจ่ายฯ จำนวน 10,328,065,100 บาท จำแนกเป็น

1.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9,039,794,900 บาท

2.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1,288,270,200 บาท

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณ จะสามารถขอจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนำไปดำเนินภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือจำเป็นได้ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตามที่ได้แถลงมา มีรายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 ที่ได้นำเสนอต่อท่านประธานฯ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติแล้ว รัฐบาล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จะให้การสนับสนุนและการรับหลักการแห่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาล ได้นำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเรื่องที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนด้วยความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติสืบไป

Related Posts

Send this to a friend