อธิบดีกรมการปกครอง คุมเข้มมาตรฐานงานทะเบียนทั่วประเทศ
กำชับ ผู้ปฏิบัติงานต้องมี Sense of Urgency ใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม ป้องกันการสวมสิทธิ–ทุจริตทุกรูปแบบ เน้นย้ำ “ทุกลายเซ็นของท่าน คือความมั่นคงของชาติ ทุกรอยปากกาของนายทะเบียน คือชะตา กรรมของประชาชน”
วันนี้ (25 พ.ค. 69) ที่ห้องประชุมกรมการปกครอง ชั้น 9 อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร กรมการปกครอง จัดประชุมซักซ้อมการปฏิบัติงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนทั่วประเทศ โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกลาง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รองอธิบดีกรมการปกครอง นายทะเบียนเขต กรุงเทพมหานคร 50 เขต นายทะเบียนจังหวัด นายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านทะเบียนทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์พร้อมกัน
นายนฤชา กล่าวว่า กรมการปกครองเป็นหน่วยงานสําคัญที่มีบทบาทในการบําบัดทุกข์ บํารุงสุข ของประชาชนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอํานวยความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดน และการทะเบียน ซึ่งในปัจจุบันเราพบการกระทําผิดเกี่ยวกับงานทะเบียนเพิ่มมากขึ้นทั้งที่เกิดจาก ความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ประมาทหรือเจตนา ทั้งในแง่ของกฎหมายและระเบียบ วิธีปฏิบัติงานด้านการทะเบียน ซึ่งเป็นช่องทางให้บุคคลต่าง ๆ เข้ามาสร้างความเสียหาย ให้กับประชาชนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
“ในฐานะอธิบดีกรมการปกครองและผู้อํานวยการทะเบียนกลาง ผมขอเน้นย้ําให้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนพึงระลึกไว้เสมอว่า “งานทะเบียนและบัตร ประจําตัวประชาชนไม่ใช่งานบริการทั่วไป” แต่คือเสาหลักของความมั่นคงของชาติ และ เป็นรากฐานที่กําหนดความมีตัวตนของประชาชนในการเข้าถึงสิทธิต่างๆ และสวัสดิการ จากรัฐ ซึ่งปัจจุบันเรากําลังเผชิญกับความท้าทายจากการปรับตัวของขบวนการทุจริต ที่ซับซ้อนขึ้น แม้เราจะนําระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชัน ThaID มาใช้เพื่ออํานวยความ สะดวก แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มมิจฉาชีพได้หันมาใช้กลยุทธ์การสวมสิทธิบุคคล และการสมรสอําพรางอย่างเป็นระบบ ความทุจริตเหล่านี้ทําลายความเชื่อมั่นในระบบ ราชการไทยอย่างรุนแรง”

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำว่า นายทะเบียนต้องมี Sense of Urgency ตระหนักถึง ความเร่งด่วนในการใช้อํานาจหน้าที่เป็นกลไกแรกในการคัดกรองความถูกต้อง เพื่อ ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบทะเบียนราษฎรไทย การปฏิบัติงานในฐานะนายทะเบียนอําเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น ต้องตั้งอยู่บน หลักการ “Check and Balance” อย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องรู้และแยกแยะให้ออกว่าอะไรคืออํานาจของนายทะเบียน และอะไร คืออํานาจเฉพาะตัวของนายอําเภอ/ผู้อํานวยการเขต
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขต เป็นบุคคลที่สวมหมวก 2 ใบ ในฐานะ นายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขต และ นายทะเบียนอําเภอหรือ นายทะเบียนท้องถิ่น จึงขอให้ทุกท่านพิจารณาว่าการดําเนินการใดเป็นอํานาจหน้าที่ใน ฐานะนายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขต กับ นายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น และจะมอบให้อํานาจให้แก่ใครได้บ้าง ทั้งผู้ช่วยนายทะเบียนหรือปลัดอําเภอปฏิบัติ ราชการแทน อาทิการพิจารณาอนุมัติเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่ส่งผลเป็นการรับรอง สัญชาติไทย หรือก่อให้เกิดสิทธิที่สามารถพัฒนาสถานะและยื่นคําขอมีสัญชาติไทยได้ นายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขตจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติก่อน นายทะเบียนท้องที่หรือนาย ทะเบียนท้องถิ่นจึงจะดําเนินการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านได้ เช่นกรณีการเพิ่มชื่อใน ทะเบียนบ้านโดยไม่มีหลักฐานมาแสดง นายอําเภอหรือผู้อํานวยการเขตจําเป็นต้องใช้ ดุลพินิจในการพิจารณาอย่างรอบคอบ”
อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอและนายทะเบียน จะต้องตรวจสอบเรื่องสำคัญประกอบด้วย
1. การสร้างตัวตนให้แก่บุคคล ได้แก่
-การขอเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านของบุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บัตรสีชมพู นายทะเบียนต้องสอบสวนให้ทราบถึงความจําเป็นที่จะขอเพิ่มชื่อและเอกสาร ประกอบให้ครบถ้วน และการอาศัยอยู่จริงของผู้ขอเพิ่มชื่อ เมื่อดําเนินการเพิ่มชื่อเข้า ทะเบียนบ้านแล้ว ให้จัดทําบัตรประจําตัว ณ สํานักทะเบียนโดยเร็ว (ภายใน 60 วัน) ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการทุจริตสวมตัวทําบัตร
-การจัดทําทะเบียนประวัติ เป็นการจัดทําทะเบียนประวัติให้คนที่มี ภูมิลําเนาอาศัยเป็นหลักแหล่งในราชอาณาจักรเป็นประจํา และไม่มีเอกสารราชการของ ประเทศใดที่แสดงว่าเป็นคนต่างชาติหรือราษฎรของประเทศใด จึงต้องพิจารณาให้แน่ชัดว่า เกิดที่ใด เข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร และต้องเป็นการอาศัยอยู่จริง ณ ที่แห่งนั้น รวมทั้ง การขอแก้ไขรายการต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรองการขอสัญชาติไทยของตนเองและบุตร หรือสถานะต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือขอมีใบถิ่นที่อยู่ถาวร
ที่กําหนด
-การคืนรายการที่ถูกจําหน่าย ตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีบุคคลซ้ําซ้อน กล่าวคือผู้ที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียน บ้านมากกว่า 1 รายการ บุคคล 1 คน จะมีเลขประจําตัวประชาชนเพียง 1 เลข เท่านั้น ทั้งนี้คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เร่งรัดการให้สัญชาติ และสถานะแก่บุคคลชนกลุ่มน้อย โดยให้ดําเนินการให้เสร็จภายใน 5 วัน นายทะเบียนจึง ต้องเพิ่มความรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ หรือนําบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติมายื่น ขอสัญชาติไทย ซึ่งอาจนําไปสู่การใช้สิทธิซ้ําซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด การหลบเลี่ยง ตรวจสอบ การปกปิดประวัติ การปลอมแปลงเอกสารต่าง ๆ และการติดตามตัวบุคคล
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การจัดทําบัตรประจําตัวประชาชน เปรียบเสมือนการระบุตัวตนของบุคคลนั้น โดยเป็นการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล ทั้งลายพิมพ์นิ้วมือ และภาพใบหน้า เข้าสู่ฐานข้อมูล ทางทะเบียน การขอมีบัตรครั้งแรกจึงมีความเสี่ยงสูงในการทุจริตสวมตัวจัดทําบัตร เนื่องจากไม่มีข้อมูลในการเปรียบเทียบตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล นายอําเภอ ผู้อํานวยการเขต ปลัดเมืองพัทยา ปลัดเทศบาล ถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการ แต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการรับคําขอมีบัตรและอนุญาตให้จัดทําบตั ร จึงต้องกํากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ภายในสํานักทะเบียนอย่างเคร่งครัด และไม่สามารถ ปฏิเสธความรับผิดชอบเมื่อเกิดการกระทําผิดได้
“การจดทะเบียนสมรส ในลักษณะการจดทะเบียนสมรสอําพราง หรือการรับจ้างจด ทะเบียนสมรส โดยไม่ได้เจตนาอยู่กินกันฉันคู่สมรสอย่างแท้จริง แต่เป็นการสมรสเพื่อให้ ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าหรือสิทธิพํานักในประเทศไทย การขอสัญชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจดทะเบียนสมรสระหว่างหญิงต่างชาติกับชายไทย เพื่อให้บุตรซึ่ง อาจมิใช่บุตรที่แท้จริงของชายไทยผู้นั้นได้รับสัญชาติไทยตามบิดาที่ได้จดทะเบียนสมรส นายอําเภอ/ผู้อํานวยการเขต จึงควรปฏิบัติให้เกิดความละเอียด รอบคอบ และป้องกัน
มิให้เกิดข้อผิดพลาด ในการจดทะเบียนสมรสเพื่อก่อให้สิทธิดังกล่าว และกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน”
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า จะต้องพัฒนาระบบ Call Center 1548 เป็นสายด่วน ตอบปัญหาด้านการทะเบียนที่ให้บริการแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้าน ทะเบียน โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและนําเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ ผ่านการ จัดทําระบบคัดแยกผู้รับบริการ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ที่มีเป้าประสงค์ในการติดต่อที่ ต่างกัน ประเภทที่ 1 เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความต้องการสอบถามในประเด็นของ กฎหมาย ระเบียบ แนวทางปฏิบัติ การใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ประเภทที่ 2 ประชาชน ที่มีความต้องการสอบถามเกี่ยวกับเอกสารที่จะใช้ดําเนินการ สถานที่ดําเนินการ ระยะเวลาดําเนินการ เป็นต้น เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการให้มีความถูกต้องและได้รับ ความรวดเร็ว

นอกจากนี้ ระบบ ThaiD (ไทยดี) ของนายอําเภอ ผู้อํานวยการเขต ปลัดเมืองพัทยา ปลัดเทศบาล จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบเมื่ออําเภอ/สํานักทะเบียน มีการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ทางทะเบียน ที่มีความสุ่มเสี่ยง เช่น การเพิ่มชื่อ การจดทะเบียนสมรสระหว่าง บุคคลสัญชาติไทยกับบุคคลต่างด้าวหรือบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือบุคคลที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียน, การจัดทําบัตรครั้งแรกในทุกกรณี, การขอมีสัญชาติไทยตามมติ คณะรัฐมนตรีหรือตามกฎหมาย เป็นต้น
“ทุกลายเซ็นของท่าน คือความมั่นคงของชาติ ทุกรอยปากกาของนายทะเบียน คือชะตา กรรมของประชาชน”
อธิบดีกรมการปกครอง ขอให้แนวทางทิ้งท้ายไว้เป็นคํามั่นสัญญา ร่วมกัน 3 ข้อ ดังนี้
1. เกราะคุ้มครองคนดี “พวกท่านตั้งใจทําดี กรมจะปกป้องอย่างเต็มที่” สําหรับเจ้าหน้าที่ และผู้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รอบคอบ และยึดมั่นในระเบียบ กฎหมาย ขอให้ท่านมั่นใจและมีกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านไม่ได้สู้อยู่ลําพังหน้างาน สํานักทะเบียนกลางกําลังเร่งส่งมอบ “อาวุธและเกราะป้องกัน” ให้แก่ท่าน ทั้งการรวบรวม แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ระบบสายด่วน 1548 โฉมใหม่ที่จะเป็นที่ปรึกษากฎหมายข้าง กายท่าน และระบบเตือนภัยความเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ที่จะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ คนทํางานสบายใจและมั่นใจยิ่งขึ้น
2. ไม่มีที่ยืนให้คนทุจริตเด็ดขาด
สําหรับขบวนการมิจฉาชีพ รวมถึงเจ้าหน้าที่เพียงส่วนน้อยที่คิดใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ทุจริต สวมสิทธิ์ หรือเอื้อประโยชน์ในการจดทะเบียนสมรสอําพราง ผมขอประกาศอย่าง เด็ดขาดตรงนี้ว่า “งานทะเบียนราษฎรไทยไม่ใช่สินค้าที่จะเอามาซื้อขาย” การทุจริตงาน ทะเบียนคือการบ่อนทําลายชาติ หากพบการกระทําผิด ผมจะไม่มีการละเว้น ไม่มีข้ออ้าง และจะดําเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญาขั้นสูงสุด รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่ละเลยการ “Check and Balance” ไม่ตรวจสอบรายงานประจําวัน ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น
3. คืนศักดิ์ศรีและความเป็นธรรม “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข อย่างแท้จริง” ขอให้นายทะเบียนทุกคนใช้ Sense of Urgency ตื่นตัวและตระหนักถึงความเร่งด่วนใน การคัดกรอง แยกแยะคนไทยตกหล่นและกลุ่มเปราะบางที่เดือดร้อนจริงออกจากกลุ่ม มิจฉาชีพอย่างแม่นยํา อย่าปฏิเสธการรับคําร้องของประชาชน แต่ให้ใช้ดุลพินิจที่ฉลาด รอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้ระบบทะเบียนราษฎรของเราเป็นที่พึ่งสุดท้ายของ ประชาชนอย่างแท้จริง
“จงภูมิใจในหน้าที่ นายทะเบียนคือผู้สร้างตัวตนและให้ชีวิตใหม่แก่ผู้คน ขอให้ทุกท่านยึด มั่นในเกียรติยศและความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมกันรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบทะเบียน ไทยให้สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ครับ ขอบคุณครับ” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำ













