‘นายกฯ’ กำชับสงกรานต์ประชาชนต้องมีน้ำมันกลับบ้าน สั่งคุมราคาหน้าคลังเท่าโรงกลั่น ลุยเช็กบิลพวกกักตุน
วันนี้ (25 มี.ค. 69) เวลา 17.10 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าขับมาทำงานเป็นวันแรกหลังรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุน โดยระบุว่าสั่งจองรถมาเกือบ 1 เดือนแล้วและเตรียมฝึกขับด้วยตนเอง สำหรับการเลือกใช้รถยนต์สีเทา (Shark Grey) นายกฯ ระบุว่าเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคล พร้อมเชิญชวนประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงานและลดมลพิษ โดยรัฐบาลเตรียมมาตรการปรับลดภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารองรับไว้แล้ว
ส่วนการประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจและกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงานนั้น นายกฯ ขอให้รอติดตามผลสรุปจากที่ประชุมพลังงาน พร้อมระบุถึงเป้าหมายสำคัญช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่าประชาชนต้องมีน้ำมันใช้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างเพียงพอ ปัจจุบันสถานการณ์ผ่านมากว่า 3 สัปดาห์พบความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนและกำลังการผลิตยังเดินหน้าเต็มกำลัง ส่วนปัญหาการลักลอบเก็งกำไร นายกฯ สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และตำรวจ ลงพื้นที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยยอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าจะมีกลุ่มบุคคลฉวยโอกาสทำผิดกฎหมายซ้ำเติมประเทศช่วงวิกฤต
นายกฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่ารัฐบาลบังคับใช้กฎหมายมาตรา 8 กำหนดให้คลังน้ำมันและโรงกลั่นประกาศราคาหน้าคลังอย่างชัดเจน โดยราคาหน้าคลังห้ามสูงเกินราคาโรงกลั่นเพื่อปล่อยให้ราคาลอยตัวตามกลไก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลักลอบนำน้ำมันไปขายเก็งกำไรตามธรรมชาติ หากพบผู้กระทำผิดถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว รัฐบาลพร้อมนำรายชื่อไปตรวจสอบและขยายผลดำเนินคดีทันที นอกจากนี้ยังรับรายงานข่าวดีว่าเรือขนส่งน้ำมันและสินค้าของไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มูซได้อย่างปลอดภัยหลังเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน
เพื่อสร้างความมั่นใจช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ สั่งการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้ดูแลประชาชนเดินทางไปกลับอย่างไร้ปัญหา พร้อมเดินหน้าจับกุมกลุ่มกักตุนน้ำมันล็อตใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่คลังจัดเก็บ ขณะเดียวกันรัฐบาลปรับกลไกพยุงราคาน้ำมันช่วง 2 สัปดาห์แรกผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ก่อนเตรียมคลอดมาตรการใหม่มารองรับ พร้อมสั่งการกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และกำชับกระทรวงการคลังให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือด้านภาษีครอบคลุมภาคการขนส่งทุกระบบ
สำหรับมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ถือเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่หากหน่วยงานใดไม่สะดวกก็พร้อมเข้าใจ นายกฯ ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความผันผวนของสถานการณ์โลกและร่วมกันประหยัดพลังงาน แม้ประเทศจะไม่ประสบปัญหาการนำเข้าน้ำมันดิบ ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันพุ่งสูงกว่า 80 ล้านลิตรต่อวันจากปกติ 67 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลจนซื้อสำรองไว้ หากประชาชนลดการใช้น้ำมันกลับมาอยู่ในระดับปกติหรือลดลงเหลือ 55 ล้านลิตรต่อวัน จะช่วยควบคุมค่าครองชีพและลดผลกระทบด้านพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อสอบถามถึงการปรับกลยุทธ์สื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น นายกฯ ระบุว่ารัฐบาลเน้นการทำงานและระดมสมองร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วนแทนการตอบโต้เสียงวิจารณ์เพื่อป้องกันความไขว้เขวในการปฏิบัติงาน พร้อมปฏิเสธการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหากวิกฤตยืดเยื้อ และทิ้งท้ายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารประเทศ รัฐบาลมีกลไกและบุคลากรเปี่ยมประสบการณ์พร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตและมั่นใจว่าจะสามารถนำพาประเทศก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน












