POLITICS

‘ธรรมนัส‘ เผย มีนักการเมืองใหญ่ เอี่ยว ขบวนการหมูเถื่อน

‘ธรรมนัส‘ เผย มีนักการเมืองใหญ่ เอี่ยว ขบวนการหมูเถื่อน อุบ ไม่เปิดชื่อ เหตุ มีกฎหมายคุ้มครอง ส่งเรื่อง ป.ป.ช. ตรวจสอบ ด้านดีเอสไอ ลั่น ต้นปีทุกอย่างคลี่คลาย

วันนี้ (24 พ.ย. 66) เวลา 10.00 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและการจัดเก็บภาษีกรมศุลกากร ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าเรื่องการปราบปรามการนำเข้าหมูเถื่อนและสินค้าเถื่อนในประเทศไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายสัตว์แพทย์สมชวน อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ห้องเย็นที่กรมปศุสัตว์บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าขณะนี้จำนวนห้องเย็นที่ได้เข้าตรวจสอบมีจำนวน 2,210 แห่ง เป็นห้องเย็นที่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ ในกรณีที่นำเข้า-ส่งออก และเคลื่อนย้ายสินค้า โดยผลการบังคับใช้สำหรับการปราบปรามกรณีนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์เถื่อนที่ผิดกฎหมาย คือ มีการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคระบาดสัตว์ ปี 2558 และ พ.ร.บ. ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ 2559 ปรากฏว่าซากสัตว์ที่ถูกอายัดและดำเนินคดีทั้งหมดเป็นซากโคกระบือ 411,336 กิโลกรัม ซากสุกร 689,649 ซากสัตว์ปีก 1,467,337 กิโลกรัม รวมซากสัตว์ทั้งหมดจากการประกาศสงครามกับการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย 2,568,322 กิโลกรัม อยู่ใน 35 จังหวัด นับเป็น 92 คดี ซึ่งเป็นคดีที่ผิดเกี่ยวกับโรงค้าเถื่อน การนำเนื้อมาจำหน่ายโดยไม่มีแหล่งที่มา หรือไม่มีการดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง

นายบัญชา อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเคร่งครัด และร่วมบูรณาการตรวจสอบภายใต้ชื่อชุด “ฉลามขาว” และให้กรมประมงจังหวัดปูพรมร่วมกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำการตรวจสอบห้องเย็นจำนวน 2,062 ห้องเย็น ส่วนประเด็นการนำเข้าสัตว์น้ำได้มีการเร่งรัดดำเนินการและประสานงานร่วมกันดีเอสไอ กรณีที่พบหลักฐานย้อนว่าเป็นสัตว์น้ำหรือเป็นสัตว์ชนิดอื่น กรมประมงจะเร่งรัดมาดำเนินการต่อไป

ร้อยเอกธรรมนัส เผยต่อว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” เพื่อป้องกันและปราบปรามสินค้าปศุสัตว์และสินค้าประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วยหลายหน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่ทำงานลับและสามารถตรวจค้นได้ทันที ซึ่งคดีดังกล่าวได้ทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร ดีเอสไอ และ ปปง. อย่างเอาจริงเอาจรัง จนกลายเป็นคดีพิเศษที่นายกรัฐมนตรีและประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ด้านพันตำรวจตรี สุริยา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กรมศุลกากรได้ส่งของกลาง เป็นหมูเถื่อนจำนวน 161 ตู้ ให้ดีเอสไอพิจารณาเป็นคดีพิเศษในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา จึงได้มีการเร่งรัดการดำเนินการ และมีการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน ซึ่งผลการดำเนินการมีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าเป็นกระบวนการขององค์กรอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารและการประกอบอาชีพของเกษตรกร ประกอบด้วย กลุ่มนายทุน กลุ่มข้าราชการ และกลุ่มการเมือง ซึ่งพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบ พบว่า ในคดีมีความเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล จึงดำเนินการส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปดำเนินการในคดีและเสร็จสิ้นแล้ว ในระหว่างดำเนินการของกลางจำนวน 161 ตู้ พบว่ากระบวนการนี้มีการนำเข้ามาในห้วงของการห้ามนำเข้าเศษซากหมู ปี 2564-2566 จำนวนกว่า 2,385 ตู้ ได้ดำเนินการควบคู่กับ ปปง. ซึ่งจะมีการยึดทรัพย์คู่ขนานไปด้วย ในส่วนของคดีที่ 2 พบว่าเช้าวันนี้มีผู้ต้องหา 1 ราย เข้ามอบตัว คือ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ โดยนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้เร่งดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยไม่ต้องกังวลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใด และเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้น เพราะมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จะดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด

พลตำรวจตรี เอกรักษ์ รองเลขาธิการ ปปง. เผยว่า ในส่วนของ ปปง. ด้านความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร การลักลอบนำเข้า รับสินค้าหลบหนีภาษีศุลกากร เป็นความผิดมูลฐาน และอยู่ในอำนาจ ปปง. ทั้งสัตว์ อาหาร พืช โดยความผิดจากที่ดีเอสไอได้กล่าวมา ปปง. ได้มีการเอาผิดและยึดทรัพย์จำนวน 8 บุคคล 6 บริษัท ซึ่งยึดทรัพย์ไปแล้วแล้วประมาณ 53 ล้าน ระหว่างนี้ได้ประสานกับดีเอสไอถึงพยานหลักฐาน และจะดำเนินการยึดทรัพย์กลุ่มต่อไป โดยไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ผู้ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกลุ่มที่ ปปง. จะดำเนินการทางแพ่งและยึดทรัพย์มาดำเนินคดีในชั้นศาลทั้งหมด ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจำต้องไปชี้แจงการได้มาถึงทรัพย์ดังกล่าวในชั้นศาลอีกทีหนึ่ง เพื่อคุ้มครองสินค้าอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรให้ได้ราคาที่เหมาะสม และไม่มีการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาทำลายราคา เพื่อไม่ทำให้พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ปปง. ยืนยันว่าจะดำเนินการสุดความสามารถ

ที่ปรึกษากรมศุลกากร กล่าวว่า ตามนโยบายที่รัฐบาลเข้มงวดกับสินค้าเกษตรและปศุสัตว์เถื่อนทุกประเภท ปัจจุบันศุลกากรได้ตรวจสอบเข้มข้นขึ้นและบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานพื้นที่ หากมีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง จะตั้งกรรมการสอบหาผู้กระทำผิด ในส่วนของการตรวจสอบนอกเหนือจากจำนวน 161 ตู้ ที่อายัดอยู่ระหว่างตรวจสอบ ได้มีการดำเนินการจับเพิ่มอีก 92 ตู้ ที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นสุกรจำนวน 16 ตู้ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ อีก ประกอบด้วย เนื้อโค ขาไก่ ตามแนวชายแดนซึ่งได้ตรวจสอบในพื้นที่ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อตรวจสอบ

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงสำหรับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหมูเถื่อน ว่าอยู่ระดับไหนนั้น พันตำรวจตรีสุริยา ระบุว่ากลุ่มข้าราชการทางการเมืองเป็นอดีตข้าราชการ และเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ พร้อมส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร รัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้เราดำเนินการทั้งหมด และส่งไปในสำนวนแล้ว ซึ่งกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ตนเองจะไม่ก้าวล่วงในอำนาจการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. แต่ตนเองดำเนินการในส่วนของดีเอสไอเสร็จสิ้นแล้ว และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว หากว่าจะประสานส่งกลับมาให้ดีเอสไอดำเนินการต่อก็ยินดี และเป็นไปตามกรอบอำนาจที่สามารถสั่งการได้

เมื่อถามต่อว่านักการเมืองที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน พันตำรวจตรีสุริยา กล่าวว่า ก็มีพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่สุดท้ายสังคมก็ต้องรู้ความจริงว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง เบื้องต้นจำนวนผู้เกี่ยวข้องข้าราชการทุกหน่วย มีอดีตข้าราชการจำนวนหลักสิบคน ซึ่งข้าราชการฝ่ายการเมืองไม่ถึงสิบคน เมื่อสอบสวนไปถึงใครก็ต้องมีการขยายผลมากกว่านั้น เชื่อว่าแต่ละคนมีข้อมูลที่ได้สื่อสารไปแล้วบางส่วน ยืนยันว่าทุกข้อเท็จจริงได้นำเรียนผู้บริหารสูงสุดแล้ว

พันตำรวจตรีสุริยา มองว่า การกวาดล้างแค่ชั้นต้นในจำนวน 161 ตู้ ข้าราชการจะทำไม่ได้ ถ้าไม่มีความต้องการหมูเกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องดูความต้องการหมูด้วย ข้าราชการคงไม่ได้นำมาเพื่อขายเอง แต่ต้องมีคนที่สั่งการ ทางดีเอสไอต้องดำเนินการให้ครบทุกองค์กร ไม่ต้องการจับแค่คนผิด แต่ต้องจับที่ต้นตอ ตามความประสงค์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าภายในต้นปีหน้า เรื่องทุกอย่างจะคลี่คลายขึ้น ขณะนี้หน่วยบูรณาการได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ยังไม่พบหมูเถื่อนที่นำเข้ามา ยืนยันว่าจะตรวจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรับข้อมูลจากประชาชนเข้ามาตรวจสอบร่วมด้วย

สำหรับการประเมินการทำงานว่าจะสืบไปถึงต้นตอคนผิดได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ก่อนการแถลงข่าวได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งขณะนี้กลุ่มผู้กระทำความผิดที่โดนหมายจับ ได้ซักทอดไปถึงกลุ่มที่ 2 ไปถึงระดับนักการเมืองใหญ่ และส่วนเรื่องอื่นๆ ความเห็นรายย่อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการทุกคดี การทำงานของทุกกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ สามารถสาวถึงต้นตอได้แน่นอน ยืนยันว่าเป็นนักการเมืองใหญ่ ประกอบด้วยกลุ่มพ่อค้า กลุ่มชิปปิ้ง และระดับลูกจ้างทั้งหมด

“เราอย่าไปเอ่ยอย่างนั้น มันผิดกฎหมาย เดี๋ยวพวกเราขี้เกียจไปขึ้นศาลด้วยกัน เอาเป็นว่าผมรักษาพี่น้องผมที่ยังอยู่ข้างหน้าก่อน เพราะเรายังต้องทำงานต่อไป” ร้อยเอกธรรมนัส ตอบหลังจากถูกถามถึงรายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง

ร้อยเอกธรรมนัส ยังระบุอีกว่า นายกฯ ได้สั่งการให้เซ็ตซีโร่กับห้องเย็นทั้งประเทศให้มาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง หลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2566 หากไม่มาขึ้นทะเบียน จะถือว่าเป็นห้องเย็นเถื่อน ซึ่งรวมไปถึงห้องเย็นที่อยู่ตามรถบรรทุกต่าง ๆ ด้วย และรวมไปถึงกรณีการนำเข้าเถื่อนในประเภทอื่น ๆ นอกจากเหนือจากหมูด้วย เช่น สินค้าการประมง สินค้าเกษตร ยางพารา ที่ได้ให้อายัดไว้ติดตามต่อ ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และจะมีการแถลงข่าวต่อไป

ทั้งนี้ ส่วนของขั้นตอนการฝังกลบ ภายในสิ้นเดือนนี้จะฝังกลบทั้งหมด โดยขอสงวนสิทธิ์เป็นความลับ เนื่องจากยอมรับว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะมีขบวนการที่ทำให้เราไม่สามารถดำเนินการได้ และหลังจากที่ทำลายเรียบร้อยทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ จะเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมได้รับทราบต่อไป

Related Posts

Send this to a friend