กกพ. ย้ำ เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในไทยมีเพียงพอ พร้อมจัดหาแหล่ง LNG เพิ่มเติม
กกพ. ย้ำ เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในไทยมีเพียงพอ พร้อมจัดหาแหล่ง LNG เพิ่มเติม เผย มีนาคมใช้ก๊าซในประเทศมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ยัน ปรับแผนบริหารค่าไฟอย่างเหมาะสมไม่ให้กระทบประชาชนและเศรษฐกิจ
วันนี้ (24 มี.ค. 69) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวถึงการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าในไทยว่า การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีการทำสัญญาระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 70 ขณะที่อีกร้อยละ 30 จะจัดหาในรายเที่ยว (SPOT LNG) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดความผันผวน
กกพ. หารือในการจัดหา SPOT LNG เพิ่มเติมล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน รวมถึงทบทวนแผนการจัดหา LNG เพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์ ซึ่ง กกพ. ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าในการประชุมช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้กำหนดมาตรการรองรับ และกำชับผู้จัดหานำเข้า LNG หรือชิปเปอร์ ให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และสั่งการให้ติดต่อกับผู้นำเข้า LNG และผู้บริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ รวมถึงไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ใช้ LNG ให้ประสานงานใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการนำเข้า SPOT LNG เพิ่มเติมในเดือนมีนาคม-เมษายนโดยประมาณ 3 ลำเรือ เดือนเมษายนได้จัดหามาแล้ว 2 ลำ คาดว่าเรือลำที่สามอาจยังไม่จำเป็นเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ
ส่วนสถานการณ์ LNG คงคลังในประเทศยังอยู่ในระดับสูง เพียงพอสำหรับรองรับปริมาณความต้องการใช้ แต่มีการกำชับการจัดหา SPOT LNG ทุกครั้งจะต้องแข่งขันราคาให้เป็นไปตามระเบียบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคา และตามเจตนาทางกฎหมาย
สถานการณ์พลังงานโลกปัจจุบันมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อปริมาณและราคา LNG ในตลาดโลก โดยเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนของไทย จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จำเป็นต้องบริหารจัดการรอบคอบ ซึ่งปริมาณแหล่ง LNG ทั่วโลกไม่ได้กระจุกตัวอยู่แต่ในแถบตะวันออกกลาง แหล่ง LNG กระจายตัวในภูมิภาคอื่น เช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา แอฟริกา ยังสามารถจัดหาจากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ ยืนยันว่าไทยไม่มีความเสี่ยงในการจัดหาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และระบบไฟฟ้ายังมีความมั่นคง
ส่วนราคาก๊าซในตลาดโลกมีความผันผวนสูงมาก ค่าก๊าซ LNG ใน SPOT Market ปรับตัวจากระดับ 10 เหรียญต่อล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ซึ่งประเทศไทยนำเข้าก๊าซจากกาตาร์ประมาณร้อยละ 6 ของก๊าซทั้งระบบ หรือประมาณร้อยละ 15 ของการนำเข้าก๊าซ LNG ยืนยันประเทศไทยจัดหาแหล่งก๊าซได้จากตลาดสปอร์ตมาร์เก็ต ซึ่งจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการอย่างเต็มที่ ลดความเสี่ยงและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
นายพูลพัฒน์ ยืนยันว่า จะมีการกระจายแหล่งจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ขณะที่การจัดการระบบไฟฟ้าได้เร่งการผลิตเพิ่มไฟฟ้าจากถ่านหิน เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ และการใช้ก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งเดือนมีนาคม 2569 ช่วยลดการนำเข้า LNG ได้ถึงร้อยละ 70 ของ 1 ลำเรือ การเพิ่มการใช้ก๊าซในประเทศไทยเทียบเท่ากับร้อยละ 50 ของหนึ่งลำเรือ
นายพูลพัฒน์ ย้ำว่า กกพ. ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และบริหารจัดการปริมาณ และการจัดหา LNG มาสำรองให้เพียงพอ รวมถึงติดตามทิศทางราคาในตลาดโลก และจะสร้างหลักประกันให้เกิดสร้างความมั่นใจว่าระบบพลังงาน ระบบไฟฟ้าในไทยจะมีเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอและไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนในระยะอันใกล้












