ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง ประธาน กสทช. ชี้ อำนาจฟันขาดคุณสมบัติเป็นของ คกก.สรรหา กสทช.
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ขอให้ศาลพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง กสทช.
ก่อนหน้านี้ ประธาน กสทช. ไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 โดยแจ้งว่าติดภารกิจ และยังไม่มีการส่งข้อมูลหรือคำชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. ตามที่มีการร้องขอ
อย่างไรก็ตาม ประธาน กสทช. มีหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ขอให้พิจารณาว่าการดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต่อมาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องโดยเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีหนังสือแจ้งผลไปยังประธาน กสทช. แล้วเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งสำนักงาน กสทช. ยังไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง สอดคล้องกับแนวทางที่เคยมีการตีความว่า การพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งยังคงดำเนินกระบวนการตรวจสอบต่อไป
ส่วนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ กรณีไม่สามารถแสดงหลักฐานการลาออกจากตำแหน่งหรือวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่าย “สละสิทธิในการรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช.” ซึ่งมีผลให้ต้องดำเนินการสรรหาใหม่ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่ามีการลาออกจากวิชาชีพเวชกรรมจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากในการชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่เข้าชี้แจง หรือไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันข้อเท็จจริงได้ อาจส่งผลให้ถูกตีความว่าเป็นผู้สละสิทธิตามกฎหมาย และอาจมีผลต่อสถานะการดำรงตำแหน่งกรรมการและประธาน กสทช. ทันที โดยผลการพิจารณาสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด













