POLITICS

นายกฯ เล่าเบื้องหลังภาพร่วมอวยพรวันเกิด สส.กล้าธรรม ยัน ไม่มีนัยการเมือง

นายกฯ เล่าเบื้องหลังภาพร่วมอวยพรวันเกิด สส.กล้าธรรม บอกไปเยี่ยม ‘ธรรมนัส’ หลังส่งภาพปวดหู เข้ารักษาตัว รพ.มาให้ดู ยันไม่มีนัยการเมือง-ไม่ตอบเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

วันนี้ (22 ต.ค. 69) เวลา 12.35 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพการร่วมอวยพรวันเกิด สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม โดยนายกรัฐมนตรีถอนหายใจก่อนจะถามว่า “มีเวลานั่งฟังกันสักครึ่งชั่วโมงไหม จะได้เล่าที่มาที่ไป” โดยนายกรัฐมนตรีได้เริ่มเล่าว่าเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ส่งรูปภาพมาให้ดูบอกว่าช่วงเช้ามีอาการปวดหู จึงเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล และเมื่อตอนเย็นตนเข้าไปประชุมสภาฯ เดินออกมาจากห้องประชุมและเดินมาที่บริเวณชั้น 2 ก็ได้เจอ สส.พรรคกล้าธรรม คือนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ซึ่งสนิทกันอยู่แล้ว ตนจึงถามว่า “ได้ไปเยี่ยมลูกพี่หรือเปล่า” โดยทั้ง 2 คนได้ถามกลับว่าไปเยี่ยมเรื่องอะไร ตนจึงบอกว่าเห็นส่งภาพการไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาให้ดู ทั้ง 2 คนเลยชี้ไปที่ห้องพักของ สส.พรรคกล้าธรรม ว่า ร.อ.ธรรมนัสอยู่ในนั้น ซึ่งห้องดังกล่าวอยู่ติดกับลิฟต์ที่ตนกำลังจะลง

เมื่อทราบแบบนั้น ตนจึงเดินเข้าไปในห้องและเห็นเขากำลังเป่าเค้กกับ สส.สุภาพสตรี จังหวัดเชียงใหม่ ของพรรคกล้าธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งมีทั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา อยู่กันครบ ตนก็เข้าไปจอยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น หากมีอะไรหลบ ๆ ซ่อน ๆ คงไม่ไปยืนถ่ายรูป เพราะในห้องนั้นมีคนถ่ายรูปเป็นร้อยคน

ส่วนภาพดังกล่าวถูกปล่อยออกมาจากฝั่งพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนเข้าไป 2 คนกับนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี เพราะกำลังจะเดินลงไปขึ้นรถด้วยกัน พร้อมย้ำว่าตนไม่จำเป็นที่ต้องหลบซ่อนอะไร เพราะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น ถึงเคยบอกว่าหน้าที่ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายอะไรก็ตาม นั่นคือหน้าที่ คือภารกิจ และเรื่องความสัมพันธ์ฉันเพื่อนฉันมิตรยังมีอยู่ ตอนเข้าไปก็มีเรื่องแค่นั้น เมื่อมีภาพออกมาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ไม่มีเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เข้าไปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เสร็จก็อวยพรให้ตามธรรมเนียม จากนั้นก็แยกย้าย

เมื่อถามว่ามิตรภาพแบบนี้มองว่าพรรคกล้าธรรมคือฝ่ายไหน นายกรัฐมนตรีระบุว่าตนกับแกนนำพรรคกล้าธรรมหลายคนรู้จักกัน

ส่วนในสภาฯ มีฝ่ายค้านกับรัฐบาล แล้วนายกฯ มองกล้าธรรมเป็นฝ่ายไหน นายกรัฐมนตรีจึงถามกลับว่า “ทุกวันนี้พรรคกล้าธรรมอยู่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ แล้วทำไมต้องไปมองว่าเขาเป็นฝ่ายไหน ก็มองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคอยทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้ามา”

Related Posts

Send this to a friend