‘เพื่อไทย’ เผยตั้งคณะทำงานติดตาม พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข
‘เพื่อไทย’ เผยตั้งคณะทำงานติดตาม พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข ประสาน 3 ฝ่ายเร่งส่งรายชื่อ ป้องกันตกหล่นผู้ได้รับสิทธิกว่า 6,000 คน
วันนี้ (22 ก.ย. 69) นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสุโขทัย ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข หลายท่านทราบแล้วว่าตามที่ พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา และเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกแนวทางการยุติและจำหน่ายคดี ตามบันทึกแนบท้ายไปแล้ว พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุขก็ทำให้กระบวนการในการดำเนินการด้านยุติธรรมเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น
พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และได้มีคณะติดตามการทำงานของคณะกรรมการสันติสุข ซึ่งได้มีการประชุมนัดแรกและมีมติให้ออกหนังสือเวียนถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล อัยการ ตำรวจ ดีเอสไอ และราชทัณฑ์ปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้บังคับใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ทางปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานฝ่ายเลขานุการ จะต้องรวบรวมข้อมูลคดีความทั้งหมดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีผู้ที่จะตกหล่นหรือเสียสิทธิ เพราะว่าในการนี้ก็จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์มากกว่า 6,000 ราย ที่จะได้สิทธิในตรงนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ต้องคดีความ พรรคเพื่อไทยก็รับทราบว่า อดีตคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. เสริมสร้างสันติสุข ของพรรคเพื่อไทยที่นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคนอื่น ๆ ได้ประสานผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ รวมไปถึงฝ่ายกฎหมาย 3 กลุ่มเคลื่อนไหว ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตร กลุ่ม กปปส. และกลุ่มราษฎรก็ได้เร่งที่จะรวบรวมข้อมูลรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อให้ทุกรายชื่อถูกต้องครบถ้วนมากที่สุดและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของส่วนกลางของราชการด้วยความรวดเร็ว
นางสาวประภาพรกล่าวว่าใครที่มีคดีอยู่ในกระบวนการพิจารณาหรือรอคำพิพากษา คดีของท่านจบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนผู้ที่ยังถูกขังอยู่ การปล่อยตัวอยู่ระหว่างรอการไต่สวนโดยศาลก็เชื่อว่าศาลจะดำเนินการโดยเร็ว ส่วนผู้เคยถูกดำเนินคดีหรือต้องคำพิพากษา หน่วยงานที่รับผิดชอบจะลบประวัติอาชญากรรมของท่าน เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยต้องคดีความ และใครจะนำไปใช้ในทางเป็นโทษไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจะติดตามประสานงานกับคณะกรรมาธิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีผู้ที่ตกค้างตกหล่นแล้วก็เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศของความปรองดอง สมานฉันท์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้













