POLITICS

ครม. อนุมัติ ‘ไทยช่วยไทย พลัส เพิ่มเติม’ อุ้มกลุ่มเปราะบางพยุงกำลังซื้อ รัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 เริ่ม 1 ต.ค. นี้

วันนี้ (22 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และอนุมัติโครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่
1.โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม
2.โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)

โดยมีกรอบวงเงินรวมไม่เกิน 42,690.6503 ล้านบาท ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอแล้วก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับโครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติม จะเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 อีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน รวมเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน

ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) มีระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายน 2569 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่
1.ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน
2.ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดิม และกลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่

สำหรับการใช้สิทธิ ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ในเวลา 06.00-21.00 น.

การยืนยันสิทธิ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการสามารถกดยืนยันผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายน 2569

นายเอกนิติ ยืนยันว่า การดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพิ่มเติม จะช่วยรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมั่นใจว่า GDP จะเติบโตร้อยละ 2.5 เช่นเดิม

Related Posts

Send this to a friend