‘ภราดร’ เผยคุย ’ยศชนัน‘ แก้ มหาวิทยาลัย ขู่ นศ. ไม่ให้สอบ หลัง กยศ. ไม่จ่ายเงิน
‘ภราดร’ เผยคุย ’ยศชนัน‘ แก้ มหาวิทยาลัย ขู่ นศ. ไม่ให้สอบ หลัง กยศ. ไม่จ่ายเงิน มองไม่เป็นธรรม ว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ชี้ งบ 70 ของ กยศ. เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เตรียมเข้าระบบ 1 ต.ค. นี้ จี้ กยศ. ทวงหนี้คนมีงานแต่ไม่จ่ายเงินคืนให้ได้
วันนี้ (22 ก.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลเอางบกลางมาเพื่อเพิ่มงบ กยศ. เพราะขาดสภาพคล่อง และมีกรณีที่มหาวิทยาลัยเอาเรื่องนี้มาขู่กับนักศึกษา ว่าจะให้เข้าสอบ ว่า ในเรื่องของมหาวิทยาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ตนได้ไปตอบกระทู้ ได้บอกกับ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ว่าจะไปหารือกับ ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้บอกปัญหากับ ศ.ดร. ยศชนัน ไปว่า กองทุน กยศ. ยังไม่สามารถโอนเงินให้กับนักศึกษาได้ในช่วงเทอมแรก เพราะยังมีปัญหาอยู่นิดหน่อย และมหาวิทยาลัยก็ขู่ผ่านเด็กมาว่า หาก กยศ. ไม่โอนเงินให้ เด็กจะไม่มีสิทธิสอบ ซึ่งตนเชื่อว่าหลังจากนั้น ศ.ดร. ยศชนัน น่าจะนัดคุยกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั้งประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา
ส่วนในเรื่องของเงินงบประมาณในปี พ.ศ. 2570 ที่ไม่เพียงพอกับ กยศ. อีก 8 วัน ก็จะเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบให้ กยศ. เพิ่มขึ้นจากปี 69 เกือบสองเท่า จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท ทั้งที่ในหน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด จะบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ. พูดแบบนั้นเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ซึ่งเงินนี้สามารถใช้ได้วันที่ 1 ตุลาคม
นายภราดร ยังระบุว่า ปัญหาหลักของกองทุน กยศ. คือมีเด็กอยู่ในระบบถึง 3,600,000 คน แต่ตัวเลขที่น่าตกใจคือมีเพียง 1,000,000 คนเท่านั้น ที่เป็นลูกหนี้ชั้นดี ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา ส่วนอีก 2,600,000 คน ซึ่งถือเป็น 60% เป็นผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่มากกว่า ว่าทำไม กยศ. ไม่สามารถดำเนินการกับคน 2,600,000 คนได้ แต่ต้องย้ำว่า ในจำนวนคนที่ผิดนัดชำระหนี้ ก็ต้องแยกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรก ที่อยู่ในสภาวะว่างงาน ยังไม่มีรายได้ กลุ่มนี้ทาง กยศ. ต้องยกเว้น อย่าไปรีดเลือดกับปู ส่วนอีกกลุ่ม คือ คนที่มีรายได้แล้ว แต่เลือกที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ. ซึ่งต้องหาให้เจอว่ากลุ่มเหล่านี้คือใคร อยู่ที่ไหน และจะไปเรียกเก็บอย่างไร สำหรับคนที่ชำระหนี้ เชื่อว่าอยู่ในระบบทั้งสิ้น ทั้งข้าราชการ นักศึกษาที่มีงานทำ บริษัทเอกชนที่มีเงื่อนไข ให้หักเงินคืนให้กองทุน ซึ่งเป็นระบบที่ทำโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว กยศ. ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือเลย เป็นการทำตามน้ำ ดังนั้นความท้าทายของ กยศ. คือต้องไปหาให้เจอ ว่าใน 2.6 ล้านคน ใครมีรายได้แล้ว มีสถานะพร้อมที่จะชำระเงินคืน และไปหาทางเก็บหนี้ให้ได้ พร้อมมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่ กยศ. หาไม่เจอ และไม่รู้ตัวเลขจริง ๆ ว่าคนที่มีงานทำมีกี่คน คนที่ว่างงานมีกี่คน เป็นเรื่องน่าตกใจ ว่าใครอยู่ในสถานะไหน วันนี้ กยศ. แทบจะยังไม่บริหารจัดการเท่าที่ควร ทำทุกอย่างผ่านระบบอัตโนมัติ กยศ. ไม่ได้เป็นผู้ทวง เพราะเป็นการหักอัตโนมัติในระบบ กลุ่มที่ กยศ. ต้องทำงาน คือกลุ่มที่มีรายได้ แล้วไม่สามารถหักจากระบบได้ กยศ. จะทำอย่างไร ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กยศ. ต้องไปหาวิธีการที่จะเก็บให้ได้ ไม่ต้องถึง 2.6 ล้านคน แค่ 30-40% ของทั้งหมดนี้ หาทางให้คนกลุ่มนี้จ่ายให้ได้ รัฐบาลก็แทบไม่ต้องสนับสนุนงบประมาณในแต่ละปีเลย
ส่วนเรื่องของการสวมสิทธิ์ นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องรายละเอียด มองว่าเป็นหน้าที่ กยศ. ที่จะไปประสานกับมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติด้วย ซึ่งคนอนุมัติก็คือมหาวิทยาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ ต้องไปไล่เรียงกัน












