POLITICS

‘เลาฟั้ง‘ เสนอญัตติด่วน แก้ราคาสินค้าเกษตร ยก ราคาสินค้าตกต่ำ

‘เลาฟั้ง‘ เสนอญัตติด่วน แก้ราคาสินค้าเกษตร ยก ราคาสินค้าตกต่ำ ทำเกษตรกรขาดทุนหลายฤดูกาล แนะ รัฐแก้ไขปัญหา 3 ระยะ

วันนี้ (22 เม.ย. 69) นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา และแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร และเยียวยาคนเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะการสู้รบในตะวันออกกลางว่า ตั้งแต่ 2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการตกต่ำเป็นอย่างมาก และต่อเนื่องมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวน้ำหอม หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี มันฝรั่ง กระเทียม และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุมาจากการกำกับดูแลทและมาตรฐานของสินค้าที่ไม่ครอบคลุมทไม่ชัดเจน และปริมาณการนำเข้าที่มากเกินไป และยิ่งสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และราคาปุ๋ยเคมี ดังนั้น ขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ และส่งผลการพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายเลาฟั้ง กล่าวอีกว่า สิ่งที่เกษตรกรเจอในขณะนี้คือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นอย่างมาก ขาดทุนเกือบทั้งหมด และเดือดร้อนจริง ๆ และท่ามกลางความเดือดร้อนเหล่านี้เกษตรกรไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ แม้หน่วยงานรัฐจะออกมาแคมเปญบ้าง แตเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายเลาฟั้ง ยกตัวอย่างสินค้าที่วิกฤติมาก คือ มะม่วง ซึ่งถุงแพงกว่าราคามะม่วงแล้ว เพราะขณะนี้ราคามะม่วงเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 บาท สิ่งที่น่าสะเทือนใจคือ ชาวสวนตัดต้นมะม่วงทิ้ง เพราะปลูกไปแล้วก็ขาดทุน และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพราะขนาดนี้เปิดเทอมแล้ว แต่ลูกหลานของเกษตรกรที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ต้องดรอปเรียนทั้งปีเพราะราคามะม่วงตกต่ำ

ขณะที่รัฐมีการประโคมว่ามีการช่วยเหลือ โดยกรมการค้าภายใน รับซื้อมะม่วง จ.พิษณุโลกในราคาตลาดเพิ่มกิโลกรัมละ 1.50 บาท ปริมาณ 30 ตัน ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเพียงแค่ 0.06% ของความเดือดร้อน และทั้งจังหวัดขาดทุนรวมกันกว่า 450 ล้านบาท แต่ทั้งจังหวัดช่วยได้เพียงแค่ 45,000 บาทเป็นเพียงการช่วยเหลือแค่ 0.0001% ขณะที่พืชผลอื่นก็จะวิกฤตเดียวกัน

ส่วนราคาข้าวราคาตันละ 5000 – 6000 บาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิตขึ้นไปกว่า 10,000 บาทแล้ว และมันสำปะหลังราคาตกต่ำ เช่นเดียวกับผลไม้ และพืชผัก และกิจการที่ต่อเนื่องอย่างการแปรรูปสินค้ายังไม่รวมลงจากต่างประเทศที่ยังไม่ได้มีการจัดการสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะได้รับการจัดการ

ส่วนสาเหตุรัฐบาลช่วยแบบฉาบฉวยอย่างมาก เป็นการช่วยที่ปลายทาง ซึ่งเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทานกว่า 70% ต้องจ่ายเอง แต่ใน 10 ปีให้หลังกรมชลประทานได้รับงบประมาณกว่า 700,000 ล้านบาท แต่พื้นที่ชลประทานแทบไม่ได้เพิ่มขึ้น และข้อมูลตั้งแต่ปี 2563 – 2568 มูลค่าการส่งออกลดลง ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น แล้วยังมีสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และสิ่งที่ประเทศไทยทำคิดว่ารัฐบาลกำลังทอดทิ้งเกษตรกร เพราะนโยบายอุดหนุนเกษตรกรของประเทศไทยแทบไม่มี น้ำมันยังซื้อในราคาที่คนทั่วไปซื้อ และปุ๋ยมีการช่วยเหลือน้อยมากโดยต้นทุนการใช้จริงหลายหมื่น พร้อมยกตัวอย่างนโยบายอุดหนุนน้ำมันให้เกษตรกรในต่างประเทศที่ปกป้องเกษตรกร การลดราคา การแจกคูปอง

นายเลาฟั้ง กล่าวถึงข้อเสนอ 3 ระยะ ว่า สถานการณ์เฉพาะหน้าต้องช่วยให้เกษตรกรมีเงินที่สามารถใช้เลี้ยงชีพ และมีต้นทุนการเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า เพราะเกษตรกรขาดทุนมาต่อเนื่อง เงินใช้จ่ายในครอบครัวแทบไม่มี แล้วจะนำเงินที่ไหนไปลงทุนในฤดูกาลหน้ารัฐบาล ต้องเร่งช่วยเหลือด่วน ส่วนระยะกลางต้องหาทางออกเพิ่มทางเลือก และลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร สร้างแต้มต่อเพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และต้องเร่งอุดหนุนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะการเกษตรกร และข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวคือการออกแบบโครงสร้างที่ทำให้เกษตรกรได้กำไร ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อช่วยหาทางออกให้แก่เกษตรกรของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

Related Posts

Send this to a friend