‘สว.นันทนา’ หารือ กกต. ชี้เลือกตั้ง-ประชามติวันเดียวกันยังมีอุปสรรค
ขั้นตอนซับซ้อน หวั่นประชาชนเสียสิทธิ เรียกร้องปรับขั้นตอนโดยเร็ว ชี้ยังไม่เห็น กกต. ออกมารณรงค์ประชามติเท่าที่ควร
วันนี้ (21 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การเดินทางมาพบ กกต. ในวันนี้ เป็นการพูดคุยในนามคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง เพื่อหารือแนวทางการจัดการเลือกตั้งควบคู่กับการออกเสียงประชามติ หลังได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากถึงปัญหาและอุปสรรคในการใช้สิทธิ
น.ส.นันทนา ระบุว่า ประเด็นแรกที่ประชาชนสะท้อนเข้ามา คือ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ซึ่งประชาชนสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ ไม่สามารถลงคะแนนประชามติล่วงหน้าได้ ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะต้องเสียสิทธิในการออกเสียงประชามติไปโดยปริยาย ทำให้มีประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน
“เหลือเวลาเพียง 18 วันก่อนวันลงคะแนน เราจึงมาหารือว่า กกต. จะมีแนวทางอย่างไร เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิประชามติ แต่ไม่สามารถมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องเสียสิทธิไป” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่น่ากังวลคือ ขั้นตอนการลงคะแนนในวันเลือกตั้งและวันประชามติ ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้ประชาชนต้องดำเนินการเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ รับบัตรเลือกตั้งก่อนเข้าคูหา จากนั้นออกมารับบัตรประชามติอีกครั้ง ทำให้ประชาชนต้องต่อแถวหลายรอบ และอาจใช้เวลานานโดยไม่จำเป็น
“หากนึกถึงการเลือกตั้งปี 2566 ที่มีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 75.8 ก็พบว่ามีปัญหาแถวยาวอยู่แล้ว รอบนี้หากต้องต่อแถวหลายครั้ง จะยิ่งเสียเวลา ทั้งที่สามารถปรับให้รับบัตร 3 ใบ แล้วเข้าคูหากาพร้อมกันได้ เพราะบัตรประชามติมีลักษณะเฉพาะ แยกแยะได้ชัดเจน” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา ย้ำว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งและประชามติในวันเดียวกัน มีเป้าหมายเพื่อ ประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพ จึงควรมีการประยุกต์วิธีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ดังกล่าว แม้กฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายประชามติจะเป็นคนละฉบับกันก็ตาม
เมื่อถามว่าเป็นความเห็นส่วนตัวหรือในนามคณะกรรมาธิการ น.ส.นันทนา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองได้พยายามนัดหารือกับ กกต. อย่างเป็นทางการ แต่ได้คิวนัดในช่วงปลายเดือน จึงตัดสินใจเข้ามาพูดคุยในวันนี้ เพื่อสอบถามแนวทางที่เป็นไปได้ และสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง
นอกจากนี้ น.ส.นันทนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ การรณรงค์ประชามติยังไม่ชัดเจน โดยพรรคการเมืองต่างมุ่งหาเสียงเลือกตั้ง ขณะที่ กกต. ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักของการจัดประชามติ ยังไม่ได้รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติอย่างเพียงพอ
“ประชามติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดควบคู่กับการเลือกตั้ง จึงอยากเห็นตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติใกล้เคียงกัน กกต. ควรออกมารณรงค์อย่างจริงจัง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตและปากท้องของประชาชน” น.ส.นันทนา กล่าว
พร้อมระบุว่า หาก กกต. ยังไม่ดำเนินการ สื่อมวลชนก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยสื่อสารให้ประชาชนรับรู้ว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องไปใช้สิทธิทั้งเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ พร้อมย้ำว่า หากเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนสามารถลงคะแนนเห็นชอบได้












