KNOWLEDGE

อาจารย์จุฬาฯ ชี้ ‘แรร์เอิร์ธ’ แหล่งพลังงานยุคใหม่ โอกาสทองของเศรษฐกิจไทย

เชื่อ อนาคตอาจมีมูลค่าหลายร้อยเท่า แนะเร่งสำรวจหาข้อมูลที่ชัดเจน-วางแผนใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและเหมาะสม

ธาตุหายาก หรือ “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements) แหล่งพลังงานยุคใหม่ศักยภาพสูง มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและโลกแห่งอนาคต ซึ่งหลายประเทศมหาอำนาจมุ่งใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความเจริญและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ชาติมหาอำนาจพยายามเข้ามา ทำให้คาดเดาว่าไทยอาจมีธาตุหายากในปริมาณมาก

ผศ.ดร.อลงกต ฝั้นกา ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรามีความรู้เกี่ยวกับปริมาณและศักยภาพของทรัพยากรเหล่านี้เพียงพอหรือไม่ มีความพร้อมเพียงพอในการปกป้องและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ มีทิศทางเชิงนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนหรือไม่

ทั้งนี้ อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ใช้กันทุกวันนี้ล้วนมีธาตุหายากเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่มือถือ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรม LED แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอีกมากมาย ธาตุหายากเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในมอเตอร์ของยานยนต์ไฟฟ้า ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ โดยแรร์เอิร์ธ ประกอบด้วยธาตุทั้งสิ้น 17 ธาตุ ได้แก่ ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ (ตั้งแต่ La ถึง Lu) รวมกับธาตุสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y) ซึ่งอยู่ในตารางธาตุ

“สิ่งที่ทำให้ธาตุเหล่านี้ถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหายากตามชื่อ แต่เป็นเพราะบทบาทสำคัญของธาตุเหล่านี้ต่อเทคโนโลยีพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ธาตุหายากเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญ หรือ Critical Minerals ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน หรือยุโรป ล้วนกำหนดให้ธาตุหายากเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต” ผศ.ดร.อลงกต ระบุ

จากข้อมูลการสำรวจและผลการวิจัยบ่งชี้ชัดเจนว่า ประเทศไทยมีการสะสมตัวของแหล่งธาตุหายากทั้งสิ้น 3 รูปแบบ

1.แหล่งธาตุหายากปฐมภูมิ เป็นธาตุหายากที่พบในหินต้นกำเนิดประเภทหินอัคนี โดยเฉพาะหินแกรนิตที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย ต่อเนื่องไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งหินแกรนิตที่ใช้สร้างบ้านและอาคารมีกระบวนการเกิดที่สัมพันธ์กับธาตุหายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ อย่างชัดเจน เช่น ดีบุก ทังสเตน ลิเทียม ซึ่งธาตุหายากบางตัวในหินแกรนิตของไทยมีค่าสูงกว่าองค์ประกอบของเปลือกโลกปกติประมาณ 3-5 เท่าในบางบริเวณ

2.แหล่งธาตุหายากแบบลานแร่และแร่หนัก เป็นแหล่งที่ธาตุหายากสะสมตัวอยู่ในแร่หนัก เช่น โมนาไซต์ (Monazite) ซีโนไทม์ (Xenotime) และแอลลาไนต์ (Allanite) ซึ่งมีความถ่วงจำเพาะมาก จึงสะสมตัวได้ดีร่วมกับแร่ดีบุก โดยแหล่งดีบุกทั่วประเทศไทยจะพบแร่ที่มีธาตุหายากร่วมอยู่ด้วยทั้งหมด เพราะเกิดมาจากหินแกรนิตเดียวกัน ทั้งนี้ ในไทยยังพบแร่แอลลาไนต์ซึ่งมีธาตุหายากในปริมาณมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งประเทศอื่นไม่ค่อยพบแร่ชนิดนี้มากนัก

3.แหล่งธาตุหายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน เป็นรูปแบบที่ธาตุหายากสะสมตัวในชั้นดินที่ผุพังจากหินแกรนิตหรือหินอัคนีชนิดอื่น อยู่ในรูปแบบของไอออนหรือแร่ทุติยภูมิที่ถูกดูดซับไว้ในดิน รูปแบบดังกล่าวเป็นที่สนใจเป็นพิเศษเพราะกระบวนการทางธรรมชาติช่วยแยกและสะสมธาตุหายากไว้ ทำให้การสกัดเอามาใช้ประโยชน์ทำได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่น ซึ่งประเทศจีนเป็นผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลกส่วนใหญ่ผลิตจากแหล่งประเภทนี้ “ประเทศไทยมีธาตุหายากครอบคลุมทั้ง 3 รูปแบบในหลายพื้นที่และมีองค์ประกอบธาตุหายากอยู่มาก เพียงแต่ยังขาดการศึกษาและสำรวจอย่างจริงจัง เรามีมากแต่ไม่รู้ว่ามีในปริมาณเท่าไร เหมือนต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ ทำให้เราหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว

ผศ.ดร.อลงกต แนะว่ากระดุมเม็ดแรกที่ต้องทำคือสำรวจให้ชัดเจนว่าไทยมีธาตุหายากปริมาณเท่าไร เพื่อวางแผนบริหารจัดการ และเจรจาต่อรองอย่างมีข้อมูล เพราะในอนาคตธาตุหายากอาจมีมูลค่าสูงขึ้นหลายสิบเท่าหรือหลายร้อยเท่า ปัจจุบันยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยทางวิชาการ

ทั้งนี้ ธาตุหายากเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ถ้ามีเทคโนโลยีการผลิตที่ดีขึ้นก็สามารถผลิตได้เร็วขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับแนวทางการจัดการ สิ่งสำคัญต้องมีการวางแผนบริหารจัดการในหลายมิติ รวมถึงการพิจารณาว่าควรจะใช้เมื่อไรอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งผลกระทบน้อยสุด

Related Posts

Send this to a friend