เกษตรกรมะพร้าวน้ำหอม เข้ายื่นหนังสือสภาฯ หลังราคาดิ่งอย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรมะพร้าวน้ำหอม เข้ายื่นหนังสือถึงสภาฯ หลังราคาดิ่งอย่างต่อเนื่อง วอนรัฐบาลเอาจริงจังทั้งระบบ ด้าน ‘พรรคประชาชน‘ เตรียมเสนอยื่นญัตติ แนะรัฐบาล หนุนรับซื้อเพื่อแปรรูปเพิ่มมูลค่า – เปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการ
วันนี้ (19 มี.ค. 69) เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา กลุ่มเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมจากหลายจังหวัด รวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี และว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน โดยมีนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน, นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส. สมุทรสงคราม เขต 1 เรียกร้องการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ
บรรยากาศบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา กลุ่มเกษตรกรได้นำมะพร้าวน้ำหอมมากองรวมกัน เพื่อสะท้อนปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
นายเอก ตัวแทนชาวสวนมะพร้าว ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 7-8 เดือนที่ผ่านมา ราคามะพร้าวตกต่ำต่อเนื่อง จนปัจจุบันราคาส่งออกอยู่เพียงลูกละ 3-4 บาท ขณะที่เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น
“เราอดทนมา 8-9 เดือนแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ไม่มีหน่วยงานไหนลงมาช่วยอย่างจริงจัง สิ่งที่เห็นยังเป็นแค่คำพูด รายได้ของเกษตรกรในปัจจุบันลดลงอย่างมาก จนไม่ต่างกับขอทาน ทั้งที่เป็นผู้ผลิตต้นน้ำของระบบเศรษฐกิจ พร้อมตั้งคำถามถึงภาครัฐว่าให้ความสำคัญกับเกษตรกรมากน้อยเพียงใด และขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่แสดงผลงานอย่างเป็นรูปธรรม เราอยากเห็นการทำมากกว่าพูด หลังเผชิญปัญหามาอย่างยาวนานจนเกินขีดความอดทน“ นายเอกกล่าว
ด้าน นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส. สมุทรสงคราม พรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องราคาพืชผล แต่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายและโครงสร้างตลาด โดยเฉพาะประเด็นทุนต่างชาติที่เข้ามามีอิทธิพลต่อราคา รัฐบาลต้องจริงจังกับการปราบปรามการฮั้วราคา การครอบงำตลาดจากทุนต่างชาติ ปราบพวกนอมินีไทยขายชาติ เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมเสนอว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ มหาดไทย เกษตรฯ และอุตสาหกรรม รวมถึงต้องเปิดให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในคณะกรรมการแก้ปัญหา โดยได้สรุปข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ประเด็น ได้แก่
1.ยกระดับราคามะพร้าวน้ำหอมด้วยทุกกลไกที่มี
2.เร่งดำเนินการกับปัญหาการครอบงำตลาด
3.ดูแลภาพลักษณ์มะพร้าวไทยในตลาดโลก และตรวจสอบปัญหามะพร้าวปลอม
4.แก้ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
5.ตั้งกลไกบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ขณะที่ พัชร์ลิตา ตัวแทนเกษตรกรจาก ตลาดดำเนินสะดวก จ. ราชบุรี เปิดเผยว่า ตนลงทุนปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 200 ไร่ เป็นเวลากว่า 3 ปีครึ่ง แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจโค่นทิ้ง เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนได้อีก ทั้ง ๆ ที่เราเป็นต้นน้ำ แต่ไม่มีสิทธิ์กำหนดราคา โรงงานตั้งราคาเท่าไหร่เราก็ต้องยอม ทั้งที่ไม่เต็มใจ พร้อมสะท้อนความสิ้นหวังว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เกษตรกรรายย่อยอาจไม่สามารถอยู่รอดได้ในระบบ
ด้านนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง และมองว่ามาตรการของภาครัฐยังขาดความชัดเจนและไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเห็นว่ามาตรการรับซื้อมะพร้าวไปกระจายผ่านช่องทางต่าง ๆ ยังไม่สามารถช่วยเกษตรกรได้จริง พร้อมเสนอให้มีการรับซื้อเพื่อแปรรูป ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและยกระดับราคาได้รวดเร็วกว่า พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน หลังผ่านมาระยะหนึ่งแต่ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม รวมถึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการ ส่วนในประเด็นมาตรฐานสินค้า ยังมีข้อกังวลเรื่องการปลอมปนมะพร้าวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบภาพลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและราคาปุ๋ย ซึ่งยิ่งซ้ำเติมภาระของเกษตรกร ทั้งนี้ พรรคประชาชนเตรียมผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านการยื่นญัตติ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป














