POLITICS

‘เท้ง’ ลุยปราจีนฯ รับฟังค้าน EEC แนะพัฒนาเศรษฐกิจต้องคำนึงสิ่งแวดล้อม-ประชาชน

‘เท้ง’ ลุยปราจีนฯ รับฟังค้าน EEC แนะพัฒนาเศรษฐกิจต้องคำนึงสิ่งแวดล้อม-ประชาชน ‘กรุณพล’ จวกกลางวงอุตสาหกรรมจังหวัด ไร้แผนเชิงรุกแก้ขยะมลพิษ เมินความปลอดภัยชาวบ้านแจ้งเหตุ หวังกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสแกนหาโรงงานเถื่อน

วันนี้ (18 ส.ค. 69) เวลา 10.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายปราเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร และนางสาวเบญจา แสงจันทร์ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จ. ปราจีนบุรี

นายสุนทร คมคาย ผู้ประสานงานกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลักลอบทิ้งขยะมลพิษ น้ำมันเสีย รวมถึงการลักลอบทิ้งสายไฟ ซึ่งตนมองว่ากระบวนการเหล่านี้ย่ามใจและนำไปทิ้งเรื่อย ๆ ได้ เราก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่ทราบว่าทำไมคดียังไม่สิ้นสุด เพราะหากสิ้นสุดแล้วก็จะนำไปสู่การฟื้นฟู หากเราทำอย่างจริงจังจะสามารถนำไปสู่การจับโรงงานได้ ที่ผ่านมากลายเป็นภาคประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนทำนำหน้าไปหนึ่งก้าว จึงอยากให้มีการเฝ้าระวังอย่างจริงจัง รวมถึงคาดโทษในพื้นที่ที่ยินยอมให้เกิดการกระทำผิด การเร่งรัดเช่นนี้จะทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมใน จ. ปราจีนบุรีหายไป อีกเรื่องคือ จีนเทาที่เป็นโรงงานที่มีใบอนุญาต แต่กระทำผิด และจีนเถื่อนที่พบว่าเป็นโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาต และมีการกระทำความผิดที่เลยการถูกกฎหมายไปมาก

การเข้ามาของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขณะนี้มีชาวบ้านไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด ที่ผ่านมาเราเคยไปเรียกร้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เรื่องนี้ก็ยังเงียบ ซึ่งหลังจากนั้นพวกตนเองก็ได้ไปเรียกร้องอีกครั้งและได้พบกับนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายสิริพงศ์ ยืนยันกับเราว่า EEC ปราจีนบุรี ไม่ได้เดินหน้าแล้ว และบอกว่าจะไปปรึกษานายกฯ แต่เรื่องก็เงียบอีก จึงบอกว่าเราจะมาพบกันที่หน้าศาลากลาง แต่ปรากฏว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัดปิดประตูไม่ให้เข้าไป กระบวนการเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาได้ หากกระบวนการของหน่วยงานที่มีสามารถแก้ไขปัญหาได้และเร่งรัดให้เต็มที่ คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่ายาก กระบวนการจัดการของปราจีนบุรีมันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การที่ EEC จะมาเราไม่สามารถไว้วางใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้

สำหรับพื้นที่สาธารณะอยู่แปลงหนึ่งจำนวน 1,500 ไร่เคยออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 แล้วถูกยกเลิกที่หาดนางแก้ว ซึ่งเราได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มาเป็นระยะเวลาปีกว่า แต่เรื่องยังไม่ถึงไหน หากดูด้วยสายตาจะเห็นว่ามีเจ้าของเนื่องจากมีการเพาะปลูก แต่เมื่อทิ้งสารพิษทาง อบต. หาดนางแก้ว ตอบกลับมาว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเราได้ขอให้ทางจังหวัดออกเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในแปลงที่ถูกยกเลิก จำนวน 70 แปลง ซึ่งในพื้นที่ที่เหลือมีโรงงานเหล็กตั้งอยู่ ซึ่งเป็นโรงงานที่หลอมซีเซียม 137 ที่เคยหายไป ปัจจุบันโรงงานยังคงเก็บตะกอนซีเซียม 137 ไว้อยู่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าเนื่องจากเวทีนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาประชุมร่วมกับหลายหน่วยงาน ในมุมของการถ่วงดุลตรวจสอบของฝ่ายค้าน เราต้องทำตรงไปตรงมา แต่ที่รับไม่ได้คือเรื่องของการมีขบวนการสีเทาเข้ามาเกี่ยวพัน ที่ผ่านมามีอุปสรรคที่เราไม่สามารถทำได้เต็มที่ แต่หากมีอะไรที่เรามีข้อสรุปที่จะสามารถนำไปผลักดันได้ เราจะนำไปตรวจสอบ คำว่า EEC ในความหมายของตนย่อมาจาก Environment, Economy และ Community นอกจากนี้ EEC ควรมีอีก 2 คำที่สำคัญคือ การพัฒนาที่รักษาสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ที่เกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งคนปราจีนบุรีต้องการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรักษาสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะต้องตกอยู่ที่ชุมชน สาเหตุลึก ๆ ที่ประชาชนค้านการขยาย EEC พวกเขาไม่ได้ค้านเรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและประชาชนด้วย

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงปัญหาไฟไหม้ในบ่อขยะ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากแรงจูงใจในการเผากากจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ รวมถึงโรงงานสีเทา แรงงานเถื่อน หน่วยงานในพื้นที่ต้องไม่ยอมรับ ทั้งนี้ หากมีกระบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราในฐานะฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ. ปราจีนบุรี) กล่าวว่าการปฏิบัติงานของข้าราชการในพื้นที่ แต่ละหน่วยงานเราจะมีข้อจำกัดในส่วนของภาระ อำนาจหน้าที่ในการกระทำความผิดของผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ในแต่ละกรณีมีกระบวนการต่าง ๆ อยู่ ในส่วนของอุตสาหกรรมจังหวัด เคสที่เราเจอคือภาคประชาชนแจ้งมา และมาเจอเราก็ดำเนินการตามกฎหมายทุกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องมีการเก็บตัวอย่างเพื่อเป็นสำนวนสืบสวนว่าเคสที่เราไปเจอเป็นกากผิดกฎหมายหรือไม่ ทุกเคสเราพยายามที่จะเร่งรัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกหมายตั้งแต่เจ้าของที่ เจ้าของโรงงาน หากมีเคสใดเคสหนึ่งโดนจับก็จะเป็นที่น่าเกรงกลัวของเคสอื่น

ส่วนเรื่องจีนเทาใน จ. ปราจีนบุรี เมื่อได้รับแจ้งเข้ามาเราก็รีบลงพื้นที่ และได้มีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนทุกเคส ไม่ได้อยากให้มีการยกฟ้อง เพราะสิ่งที่ประชาชนทำมาจะสูญเปล่า นอกจากนี้จะมีการสร้างอาสาสมัครเพื่อให้มาช่วยสังเกตการณ์ เพื่อให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ หลังจากนั้นจะไปร่วมมือกับหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะต้นทางคือ ของผิดกฎหมายที่เข้ามา จะมีการประสานกับกรมศุลกากรเพื่อให้เปิดตู้คอนเทนเนอร์ทุกตัว เมื่อไปถึงปลายทางก็จะให้มีการเปิดอีกเพื่อป้องกันการเล็ดลอด

“เรื่องจีนเทาและจีนเถื่อนเราพยายามเร่งรัดจับกุมให้ได้มากที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาและเราจะประสานงานกับภาคประชาชนให้มากขึ้น รวมถึงจะพยายามลดช่องว่างในข้อกฎหมายและทำให้รวดเร็ว” นายอภิรักษ์ กล่าว

นายกรุณพล กล่าวว่าตนเองไม่เห็นทางออกจากอุตสาหกรรมจังหวัด เพราะส่วนใหญ่ก็บอกว่ามาจากประชาชนมาแจ้งและแบบนี้จะมีอุตสาหกรรมจังหวัดไว้ทำไม ถ้าเรายังคงให้ประชาชนเป็นหัวหอกในการรักษาผลประโยชน์ เราจะมีหน่วยงานราชการไว้ทำไม ตนเข้าใจดีว่าทั้งกำลังคนและงบประมาณ อำนาจหน้าที่ไม่ครอบคลุม เชื่อว่าทุกคนอยากแก้ไขปัญหาให้ประเทศ อยากทำให้จังหวัดของตัวเองดีขึ้น แต่ตนไม่ได้ยินเลยว่าแต่ละคนมีปัญหาอะไรที่ทำให้ไปสู่เป้าหมายไม่ได้ สิ่งที่ตนอยากได้ยินจากอุตสาหกรรมจังหวัดคือมีแผนเชิงรุกอย่างไรที่จะเข้าไปดูในพื้นที่ ประชาชนก็บอกเองว่ามีโรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบจำนวนมากขนาดไหนและเมื่อไม่อยู่ในระบบหน่วยงานราชการจะรู้ได้อย่างไรว่าตั้งอยู่ที่ไหน

“ผมขอตำหนิเลยว่าถ้ายังทำงานกันแบบนี้ การจะเปิดตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ ซึ่งเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ กรมศุลกากรยอมรับว่าปริมาณตู้ที่จะเปิดกับเครื่องเอกซเรย์ไม่สัมพันธ์กัน สินค้าบางอย่างอยู่ที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง และมีการขนใส่รถบรรทุกมาทิ้งที่จังหวัดปราจีนบุรี ในเมื่อภาครัฐไม่สามารถตอบโจทย์ได้จะคุ้มครองประชาชนได้อย่างไร จึงอยากให้มีการปิดบังชื่อและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้แจ้งข้อมูล” นายกรุณพล กล่าว

นายกรุณพล กล่าวต่อว่าตนเองอยากเห็นการทำงานเชิงรุกที่จะใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้เป็นประโยชน์ในการสแกนพื้นที่ว่า มีการจัดตั้งโรงงานกี่แห่ง เหมือนกับการเลือกตั้งที่รู้ว่าหัวคะแนนอยู่ตรงไหน เชื่อว่าหน่วยงานท้องถิ่นสามารถทำได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือน ตนเองไม่อยากให้การมาเจอวันนี้เป็นเหมือนการสนทนาธรรมแล้วจบลง เพราะจะไม่เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ เราไม่ต้องใช้คนลงไปก็ได้แค่เปิดดูใน Google Maps ว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่ผิดปกติ และเทียบกับการจดทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งตนเองอยากให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ เพราะแก้ปัญหาแบบเดิมคงไม่สามารถทำได้

Related Posts

Send this to a friend