คมนาคมงัดมาตรการเข้ม สั่งปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานขับ รฟท.-ขสมก.-บขส.
คมนาคมงัดมาตรการเข้มหลังคดีรถไฟชนรถเมล์ สั่งปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานขับ รฟท.-ขสมก.-บขส. พร้อมตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน ด้าน รฟท. สั่งพักงานคนขับรถไฟ-พนักงานไม้กั้น เร่งเสริมกำลังจุดเสี่ยง คุมเข้มรถขนสินค้าเฉพาะกลางคืน 22.00-04.00 น.
วันนี้ (18 พ.ค. 69) เวลา 16.40 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แถลงถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ว่า ตนขอแสดงความเสียใจและกราบขอโทษไปที่ครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด ในส่วนของนายกรัฐมนตรีผู้บริหารกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ขสมก. ลงไปดูแลในการช่วยเหลือตามที่ได้ให้ข้อมูลไว้
นายอนันต์กล่าวต่อว่า ในส่วนของใบอนุญาตที่ใช้อยู่ พนักงานของการรถไฟจะมีตำแหน่งที่เรียกว่าเป็นพนักงานขับรถ ซึ่งจะต้องเป็นช่างเครื่องปฏิบัติงานและคุ้นเคยพื้นที่เส้นทางต่าง ๆ จำนวนเครื่องกั้นสถานีไม่น้อยกว่า 7 ปี จนถึงขั้นมาสอบในการเลื่อนตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถ และจะทดสอบเรื่องสุขภาพและสารเสพติด โดยพนักงานทุกคนต้องผ่านกระบวนการนี้
ซึ่งปัจจุบันเรามีพนักงานในอัตราของการรถไฟอยู่ประมาณ 1,200 อัตรา และมีจำนวนพนักงานขับอยู่ 951 อัตรา หลังจากที่มี พ.ร.บ.รางแล้วและมีผลบังคับใข้ วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา และการรถไฟได้ยื่นเรื่องที่ส่งรายชื่อพนักงานขับรถทั้ง 591 รายชื่อส่งไปที่กรมการขนส่งทางราง ปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างการระบุตัวตนผ่านระบบเครือข่ายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งมี 200 กว่ารายที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ส่วนที่เหลือรวมถึงพนักงานผู้ที่เป็นคนขับรถรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างการรับรอง ซึ่งขบวนการรับรองทั้งหมดต้องเสร็จภายในเดือน ก.ค.69 พนักงานขับรถของการรถไฟ จะเป็นพนักงาน ที่ได้รับการอนุมัติที่เป็นตำแหน่งการขับรถไฟมีความชำนาญในการใช้เส้นทางต่างๆ
ส่วนกรณีที่พนักงานขับรถไฟที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องของคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานการรถไฟจำนวน 2 ราย คือพนักงานขับและพนักงานควบคุมเครื่องกัั้นถนนหน้าจุดเกิดเหตุดังกล่าว ด้านของพนักงานขับรถตรวจพบเพิ่มเติมกับทางโรงพยาบาลพบว่ามีสารแอมเฟตามีนและสารกัญชาในปัสสาวะ
ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีคำสั่งให้ออกจากงานไว้เพื่อรอการสอบสวนในการพิจารณา โดยทั้ง 2 คน การรถไฟได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถเพื่อให้พี่น้องสบายใจในเรื่องของการปฎิบัติการ
ทั้งนี้การรถไฟจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปเสริมช่วยงานในเครื่องกั้นถนนดังกล่าว เนื่องจากตัวเครื่องกั้นถนนดังกล่าวทำงานค่อนข้างยาก เพราะมีจำนวนรถค่อนข้างเยอะทางการรถไฟได้ส่งเจ้าหน้าที่พนักงานควบคุมเครื่องกั้นไปเพิ่มเติมในการดูแลเรื่องของการทำไม้กั้นลงให้มีความเรียบร้อย และ การดำเนินการตามมาตราการที่กระทรวงคมนาคมได้สั่งการมาการรถไฟจะนำแผนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรถขนสินค้าที่จะไม่เข้ามาเดินรถในเขตกรุงเทพชั้นในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. รวมถึงการปรับแผนรถโดยสารให้บูรณาการร่วมกับทาง ขสมก. และระบบตั๋วร่วมต่อไป
ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นที่รัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในเรื่องของการดำเนินผลของการสืบสวนและการดำเนินคดี ให้พี่น้องประชาชนได้มีความสบายใจ ในส่วนของการดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบจะมียู่ 3 ส่วนหลัก
ส่วนที่ 1 คือความรับผิดทางอาญา ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากการกระทำผิดของพนักงานขับรถไฟ ซึ่งการรถไฟจะดำเนินตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และการรถไฟจะเป็นเจ้าทุกข์ในการฟ้องร้องคดีกับพนักงานขับรถไฟรายนี้ทันที ความรับผิดชอบทางด้านวินัย ทาง รฟท. และ ขสมก. ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น หากผู้บังคับบัญชาละเลยหรือเซ็นรับรองพนักงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะต้องถูกสั่งพักงานได้รับโทษทางวินัยด้วย
นอกจากนั้นมาตรการเรื่องความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.ราง ได้มีข้อสั่งการให้ตรวจสารเสพติด ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะเป็นการตรวจแบบสุ่ม แต่ในปัจจุบันนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการให้มีการตรวจสารเสพติดแบบปูพรม สำหรับพนักงานขับรถไม่ว่าจะเป็นของ รฟท., ขสมก., บขส. และจะต้องมีการตรวจแอลกอฮอล์ทุกวัน และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ทั้งนี้มีกรรมการที่เป็นกรรมการในหน่วยงานแล้ว นายพิพัฒน์ยังได้ตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ในกรณีของการดำเนินการครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเอาจริงเอาจังอย่างเต็มที่ เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ให้ความไว้วางใจและให้ความเชื่อมั่นกับการขนส่งสาธารณะที่จัดโดยกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง












