POLITICS

‘ธัญวัจน์​‘ ชี้ โควิดกระทบคนกลางคืน เสนอรัฐจัดสรรงบ ดึงคนกลางคืนเสริมงานด้านสร้างสรรค์และสันทนาการ

วันนี้ (18 เม.ย. 64) ธัญวัจน์​ กมลวงศ์วัฒน์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล​ กล่าวถึงมาตราการการจัดการสถานการณ์โควิด-19 ว่า​ ตั้งต้นเดือนเมษายน 2564​ มีการแพร่กระจายของโควิด-19 อีกระลอก ทำให้ธุรกิจกลางคืนที่เคยให้ความสุข ความบันเทิงกับผู้คนและเคยเป็นฟันเฟืองทางเศรษฐกิจที่สำคัญตลอดมาต้องปิดตัวอีกครั้ง แน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีอาชีพกลางคืนทอดต่อกันไปเป็นลูกคลื่นไม่ว่าจะเป็น นักร้อง นักดนตรี นักเต้น นางโชว์ พนักงานเสริฟ โดยพวกเขาเหล่านี้ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก​และคลายล็อกเป็น กลุ่มสุดท้ายมาตลอด

“อย่าเหมารวมให้พวกเขาทั้งหมดต้องกลายเป็นแพะเซ่นความหละหลวมของภาครัฐในการจัดการพื้นที่สีเทา พวกเขาก็ต้องการการดูแลและแก้ปัญหาเช่นกัน อาชีพคนกลางคืนไม่ว่าจะแขนงไหนไม่ต่างจากคนทำงานกลางวัน​ มีภาระค่าใช้จ่ายมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูและมีภาระหนี้สินที่ต้องชำระ ประกอบกับมาตรการของรัฐที่ไม่อนุญาติให้มีการนั่งดื่มแอลกอฮอล์ และให้ปิดสถานบันเทิงประเภท ผับ บาร์ ทำให้คนหาค่ำกินเช้าหรือคนกลางคืน ล้วนได้รับผลกระทบโดยตรง​”

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการปิดสถานบันเทิงเนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่สิ่งที่สำคัญคือ พวกเขาจะหายใจต่อไปได้อย่างไร

นอกจากนี้ ธัญวัจน์ ยังได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณ โดยระบุว่า ได้เคยอภิปรายงบประมาณปี 2564 เกี่ยวกับประเด็นการเพิ่มอัตราการเกิด นอกจากสถานเลี้ยงเด็กซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศและได้พูดถึงการมีอัตราการจ้างงาน 2 แสนตำแหน่งในการดูแลเด็กทั่วประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว จนถึงวันนี้คิดว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการจ้างงานและการออกแบบงานให้ชุมชนได้มีอัตราการจ้างงานที่ดูแลคนในชุมชนด้วยกันเอง

ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานนำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตรียมจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดไว้ 2 แสนอัตรา ​ถือเป็นข่าวดีแก่พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าเป็นเพียงการเยียวยาส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากเป็นเพียงการประสานงานกับภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่สิ่งที่ขาดไปคือฝ่ายรัฐและฝ่ายท้องถิ่นต้องประสานงานกันเพื่อแบ่งงบประมาณท้องถิ่นมาเป็นอัตราจ้างงาน ออกแบบงานดูแลชุมชน ซึ่งในแต่ละชุมชนนั้นย่อมมีความแตกต่างกันออกไป

ธัญวัจน์ ระบุอีกว่า ในช่วงเวลาวิกฤตขนาดนี้ การจ้างไม่ต้องกลัวเสียเปล่า การออกแบบงานสร้างสรรค์ในชุมชน ไม่ว่าอย่างไรเมื่อเงินเข้ากระเป๋าประชาชนแล้ว เขาก็ออกมาจับจ่ายใช้สอย หรือเอาเงินฝากธนาคาร ดังนั้น เม็ดเงินก็ยังไหลเวียนอยู่ในประเทศ อยากให้ทดลองงานนำร่อง 6 เดือน ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้เพราะน่าจะช่วยต่อลมหายใจคนที่ตกงานได้มากขึ้นนอกเหนือจาก 2 แสนตำแหน่งที่กระทรวงแรงงานเตรียมไว้ โดยน่าจะทำได้อีกถึง 3 แสนตำแหน่งทั่วประเทศ ซึ่งงานลักษณะนี้ นักร้อง นักดนตรี ก็อาจจะเหมาะสมกับงาน “สันทนาการ” ในชุมชนที่เป็นงานใหม่ ๆ วิธีใหม่ ๆ ที่ทำให้ให้ทุกคนมีความสุขในช่วงเวลาเศร้า ๆ แบบนี้ได้​

Related Posts