’นฤชา‘ ยัน จัดทำบัตรประจำตัวให้แรงงาน ‘ผภร’ เป็นประโยชน์
ต่อข้อมูลประชากร – ความมั่นคง – สิทธิมนุษยชน เผย ผ่อนผันให้ออกมาทำงานได้ 43 จว. พร้อมเพิ่มทักษะด้านภาษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
วันนี้ (17 มิ.ย. 69) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปครอง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรม kick off การจัดทำบัตรประจำตัวของคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา) ว่า การที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าวกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เข้ามาอยู่ในประเทศไทยกว่า 42 ปีแล้ว กระจายอยู่ตามชายแดนฝั่งตะวันตก ไล่ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี มีจำนวนทั้งสิ้นในข้อมูลกว่า 77,000 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้มีตั้งแต่เด็ก วัยแรงงาน ผู้สูงอายุ เรามองเห็นว่าเมื่อคนกลุ่มนี้ สามารถพึ่งตัวเองได้ โดยเฉพาะวัยแรงงาน ซึ่งมีกว่า 40,000 คน คนกลุ่มนี้ก็ควรจะไปทำงานเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัว ซึ่งจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบ
สำหรับการจัดทำบัตรประจำตัวให้คนกลุ่มนี้นั้น เป็นเรื่องการจัดทำศูนย์ข้อมูลทางทะเบียน โดยเฉพาะการเก็บอัตลักษณ์ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และรายละเอียดของตัวบุคคล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับข้อมูลประชากรในประเทศไทยของเรา
โดยหลังจากทำบัตร จะได้สิทธิเพิ่มเติมในเรื่องการนำบัตรดังกล่าวไปใช้ในการทำธุรกรรม การทำงานในสถานที่ประกอบการ การรักษาสุขภาพ ในฐานะที่เป็นแรงงานที่อยู่ในพื้นนที่ประเทศไทย การศึกษา การเดินทางเท่าที่จำเป็น ตลอดไปไปถึงการทำธุรกรรมธนาคาร การเดินทางติดต่อที่ต้องขออนุญาต ดังนั้น บัตรดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในทางทะเบียน และการบริหารงานของราชการเอง รวมไปถึงความจำเป็นในหลักด้านความมั่นคงเมื่อเราจะทำแล้วจะสามารถควบคุมการบริหารจัดการกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้ทราบว่าไปประกอบอาชีพอะไรที่ไหนอยู่ในสถานะอย่างไรซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการติดตามตัวบุคคล
ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราต้องการดูแลทั้งด้านการศึกษา สุขภาพเบื้องต้น ซึ่งต้องใช้บัตรประจำตัวด้วย
นายนฤชา กล่าวว่า ระยะเริ่มต้นเราจะทำให้กับคนที่พร้อมไปทำงานก่อน แต่ในความหมายของเราต้องการทำให้ทุกคนที่มีทะเบียนถูกต้องไม่คลาดเคลื่อนจากหลักฐานเดิม ซึ่งวันนี้เราได้เริ่มต้นตั้งแต่แม่ฮ่องสอน จนถึงราชบุรีแล้ว และไม่น่าจะเกิน 3 – 4 เดือน น่าจะสำเร็จและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการประชากรของประเทศไทย

นายนฤชา ยืนยันว่า บัตรดังกล่าวไม่ใช่บัตรประชาชนแต่ เป็นบัตรประจำตัวของคนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิ์ในเรื่องการเข้ามาพักพิงในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวกลุ่มนี้ เฉพาะกลุ่มผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาเท่านั้น โดยกลุ่มคนเหล่านี้สามารถไปทำงานประกอบอาชีพในจังหวัดที่เรา ผ่อนผันให้ ได้ 43 จังหวัด ทั้งภาคตะวันออก ภาคเหนือภาคกลาง และอย่างน้อยที่สุดก็จะมีสิทธิ์แรงงานที่จะได้รับการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน และการดูแลความปลอดภัยต่าง ๆ ในถิ่นที่อยู่ที่ไปพำนัก และไปประกอบอาชีพด้วยซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราตั้งใจที่จะทำให้บรรลุ
นายนฤชา กล่าวยอมรับว่า นโยบายดังกล่าว ส่งเสริมเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และแก้ปัญหาหลังจากถูกตัดลดงบประมาณภายในค่าย ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนลดน้อยลง คนที่อยู่ในวัยแรงงานจึงต้องเลี้ยงตัวเองออกมาประกอบอาชีพ โดยในอดีตสามารถออกมาได้ใกล้ ๆ แต่วันนี้เมื่อมีบัตรแล้วก็สามารถเดินทางไปในจังหวัดที่ผ่อนผันทั้ง 43 จังหวัดได้
ส่วนศูนย์พักพิงชั่วคราวยังต้องอยู่เหมือนเดิม เพราะยังต้องดูแลคนอีกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก คนที่ไม่สามารถเดินทางออกจากศูนย์ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหลักขั้นพื้นฐานที่เรายังคงต้องดูแลอยู่ โดยคนที่ออกมาทำงานก็ยังมีเงินที่คอยจุนเจือครอบครัว ไม่ต้องรอพึ่งพิงองค์กรระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ส่วนจะมีการกระตุ้นให้คนออกมาทำงานอย่างไรนั้น นายนฤชา กล่าวว่า วันนี้มีบัตรแสดงสถานะตัวบุคคลชัดเจน และเป็นข้อตกลงกับกระทรวงแรงงาน ซึ่งประสานกับผู้ประกอบการให้มีสถานที่ทำงานที่ถูกต้อง และคนเหล่านี้เมื่อออกไปทำงานก็มีสถานะเป็นแรงงานที่ถูกต้อง เขายังสามารถไปช่วยเหลือตัวเอง ทั้งบัตรประกันสุขภาพแรงงาน จะผ่อนเบาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากกระทรวงสาธารณสุขได้อีกด้วย และอยากสนับสนุนให้ออกมาได้มากขึ้น เพราะจากการสำรวจคนที่พร้อมทำงานจริงมากกว่า 30,000 คนแต่จริง ๆ แล้วมีกว่า 40,000 คน ซึ่งยังต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงานเพิ่มขึ้นในภาคที่จำเป็น หรือภาคที่ต้องการ ซึ่งต้องขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้ช่วยกัน เช่น ภาคการเกษตรหรือการแปรรูป อยากให้มีทักษะการแปรรูปมะพร้าว ก็ต้องมีการฝึกก่อนที่จะมาประกอบอาชีพ
ส่วนปัญหาที่พบขณะนี้นั้น คนในพื้นที่พอจะสื่อสารได้ แต่หากเพิ่มทักษะเข้าไปอีกนิดหน่อย ช่วยเรื่องภาษาในการทำงาน ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมให้













