นายกฯ ยัน ไม่ปิดกั้นจีนเป็นตัวกลางเคลียร์ปมชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯ เผยถกผู้นำกองทัพล่วงหน้า ก่อนเดินทางเยือนจีน ถามว่าจะฝากประเด็นหารือต่อผู้นำจีนหรือไม่ ยันไม่ปิดกั้นจีนเป็นตัวกลางเคลียร์ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้เป็นมหามิตรที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดเวลา พร้อมเดินหน้าคุยเมียนมาแก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำกก – ชนกลุ่มน้อย – ยาเสพติด ย้ำทุกอย่างอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติ
วันนี้ (16 ก.ค. 69) เวลา 14.10 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ได้มีการพูดคุยกับกองทัพของไทยก่อนเดินทางด้วยหรือไม่ว่า ได้หารือกันหลายเรื่อง เพราะตนต้องไปพบกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน และนายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน โดยมีตั้งแต่ประเด็นทางการค้า เศรษฐกิจ ความร่วมมือและความมั่นคง ซึ่งการที่ตนเดินทางมาในวันนี้ ก็ได้ถามกองทัพว่ามีประเด็นใดที่อยากจะฝากไปหารือกับผู้นำระดับสูงของจีนหรือไม่ อีกทั้งในสัปดาห์หน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน จะเดินทางมาเยือนไทย ซึ่งเรื่องที่พูดคุยก็จะมีความต่อเนื่องกัน
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยเรื่องการสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าขอให้เป็นเรื่องความมั่นคง และไม่สามารถพูดสาธารณะในที่ได้
ส่วนหากมีโอกาสเปิดอกพูดคุยกับผู้นำจีน จะมาคุยเรื่องประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าประเทศจีนเป็นมหามิตร สนับสนุนเกื้อกูลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าหากทางการจีนอยากจะเป็นตัวกลางพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา จะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบเพียงแค่ว่า “เราก็ไม่ปิดกั้น”
ส่วนการเดินทางไปครั้งนี้จะมีการพูดคุยเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าต้องมีการพูดคุยกันทุกเรื่อง และเรื่องนี้ก็ต้องพูดคุยกับทางเมียนมาด้วย โดยในต้นเดือนสิงหาคมนี้ ผู้นำเมียนมาก็จะเดินทางมาเยือนไทย และเมื่อวานที่ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา ก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือด้วย ทั้งเรื่องของการเผาที่ทำให้เกิดฝุ่นควัน เรื่องมลพิษ ชนกลุ่มน้อย และยาเสพติด ไปจนถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง ในการขจัดยาเสพติด ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศไทย และหากนำไปสู่ผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศร่วมกัน ก็จะหาบทสรุป และบรรลุผลข้อตกลงด้วยความรวดเร็ว













