‘พลพีร์’ ลุยปราบนอมินีทุนเทาต่อเนื่อง เผยตัวเลข 14,000 บริษัทน่าสงสัย เร่งตรวจสอบเส้นเงิน
‘พลพีร์’ ลุยปราบนอมินีทุนเทาต่อเนื่อง เผยตัวเลข 14,000 บริษัทน่าสงสัย เร่งตรวจสอบเส้นเงิน ชี้ ผับดังสะพานควายถูก กทม. สั่งปิด น่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายมากกว่าแค่เรื่องความสะอาด
วันนี้ (1 ก.ย. 69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปราบปรามธุรกิจนอมินีในพื้นที่ห้วยขวางและกรุงเทพมหานครว่า เราพอทราบข้อมูลอยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนใน กทม. หรือจังหวัดใดที่เราสงสัยว่าจะมีบริษัทนอมินี เราก็จะทำข้อมูลโดยกรมการปกครองร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อเรามีความมั่นใจว่าบริษัทใดเป็นนอมินี เรายิ่งดูรายละเอียดให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการ ถ้าเกิดว่าไม่มีเราจะเข้าไปตรวจ ซึ่งใน กทม. ยังมีอีกหลายจุด รวมถึงจังหวัดภาคกลางและภาคเหนือที่เตรียมจะดำเนินการ
ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลบริษัทธุรกิจที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีมากน้อยแค่ไหน นายพลพีร์ กล่าวว่า ทั้งประเทศมี 2,314 บริษัท ถือครองที่ดิน 5,800 กว่าแปลง มูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเชิญกรมที่ดินมาคุยและยังมีอีก 14,000 บริษัทที่เราสงสัยว่าจะเป็นนอมินี ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติม
เมื่อถามว่ากรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะเข้าไปดำเนินการอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า 2 ภารกิจหลักที่เราไปได้ยินเขาเอ่ยชื่อหน่วยงานอื่น ๆ และข้าราชการตนเองก็ไม่สบายใจ ซึ่งตอนนี้กำลังไปดูว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นใคร อย่างกรณีที่ห้วยขวาง
ส่วนกรณีที่ลงตรวจสอบ 577 ผับในเขตห้วยขวางสร้างแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจนอมินีหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า จริง ๆ เราไม่ได้ตั้งใจไปตรงนั้น ตอนไปดำเนินธุรกิจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สน. ไหนเป็นผู้ดูแลตรงนั้น เพราะในถนนรัชดา – ห้วยขวางมีถึง 3 สน. เราไม่ทราบเลยว่าเป็น สน. ห้วยขวางเลยซะทีเดียว ซึ่งกรมการปกครองเรากำลังทำการบ้าน ถ้าเจอสถานที่ว่าทำผิดเราจะดำเนินการ เราต้องช่วยกัน กรุงเทพฯ จะได้สะอาดขึ้น พร้อมย้ำว่าจะประสานกับกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ให้ตรวจสอบเรื่องการโอนหุ้นของแต่ละบริษัท รวมถึงบางเรื่องอาจต้องปรึกษา ปปง. เพื่อดูเส้นเงินด้วย ถึงแม้ว่าจะย้ายหนีแต่ก็หนีเราไม่พ้น เราต้องการที่จะปราบจริง ๆ แต่ยอมรับว่าบริษัทสีเทาก็ยังคงผุดเป็นดอกเห็ดเรื่อย ๆ และจะกัดกร่อนคนไทยไปเรื่อย ๆ
เมื่อถามว่ากรณีมีคำสั่งของ กทม. ให้สถานบันเทิงย่านสะพานควายปิดชั่วคราว นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่า กทม. ได้เห็นภารกิจที่ห้วยขวาง และมีหลายสื่อที่พูดถึงร้านดังกล่าว กทม. เลยไปดู ซึ่งตนทราบว่าที่ห้ามใช้สถานที่เพราะเป็นเรื่องสาธารณสุข แต่ตนคิดว่ายังมีอย่างอื่นที่ กทม. สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเรื่องโครงสร้างของอาคาร ใบอนุญาตต่าง ๆ จึงต้องฝากผู้ว่าฯ กทม. เข้าไปดู ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเราได้ไปต่อยอดร้านสนุกเกอร์แห่งหนึ่งที่พบว่าเป็นเจ้าของเดียวกันกับร้านที่สะพานควาย มีการเปิดให้บริการเหมือนกันกับร้านที่ถูกปิดไป แต่เมื่อวานนี้เขาได้เอาป้ายมาติดบอกว่าปิดปรับปรุง เมื่อเราทำเรื่อย ๆ ก็จะมีข้อมูลผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ













