POLITICS

‘สุพัฒนพงษ์’ รับ โควิด-19 ดึง GPD ไม่ได้ตามเป้าร้อยละ 4 ยัน ยังไม่ล้มแผนเปิดประเทศ เล็งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเพิ่ม

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ขณะนี้การส่งออกยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่รัฐบาลจะต้องกลับไปดูในเรื่องการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคในประเทศว่าจะกระตุ้นอย่างไร เช่น การนำเงินฝากของประชาชนเมื่อปีที่แล้วให้ออกมาจับจ่าย

พร้อมกล่าวว่าการประชุม ศบค.ในบ่ายวันนี้ต้องเน้นไปที่การสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะต้องดูแลควบคุมการระบาดไม่ให้ประชาชนกังวล แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้น เพราะทุกคนปรับตัว และมีตัวอย่างผู้ติดเชื้อที่จังหวัดสมุทรสาครมาก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลได้ดูแล และบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี และในขณะนี้ทุกคนต่างตระหนักรู้ เมื่อมีความกังวลว่าติดเชื้อก็เข้าสู่การตรวจหาเชื้อ ทำให้พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติการเชิงรุกของตนเองรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่รัฐบาลไม่ต้องสั่ง ส่วนตัวมองเป็นเรื่องที่ดี เมื่อพบเชื้อก็เข้าสู่การรักษา ซึ่งขณะนี้ระบบการรักษาในประเทศไทยมีเพียงพออยู่แล้ว

ส่วนมาตรการของ ศบค.ที่จะออกมาในช่วงบ่ายนี้ ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็นต้องล็อคดาวน์ประเทศ เพราะประสบการณ์จากจังหวัดสมุทรสาครที่มียอดผู้ติดเชื้อสูง แต่ก็สามารถบริหารจัดการผ่านมาได้ แต่ข้อสำคัญคือทุกคนต้องเว้นระยะห่าง รักมากยิ่งต้องห่างมาก และยิ่งต้องตรวจเชื้อตามกำหนดเวลา

ขณะที่แพทย์และกระทรวงสาธารณสุข เสนอใช้มาตรการที่เข้มข้มเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ นายสุพัฒนพงศ์ มองว่าต้องรอที่ประชุม ศบค.ส่วนตัวเท่าที่ติดตามข่าว มองว่าไม่ได้เข้มข้นตามที่นำเสนอ แต่อาจจะมีเข้มข้นบ้างในบางจุดก็ต้องดูในจุดนั้น คงไม่ถึงขั้นต้องล็อคดาวน์ประเทศเช่นเดือนเมษยนปีที่แล้ว

ส่วนแผนการเปิดประเทศในวันที่ 1 กค.นี้ จะส่งผลกระทบหรือไม่ ต้องประเมิณสถานการณ์รายวัน แต่แผนไม่ได้หยุด ทุกคนยังเดินหน้าทำงานเช่นเดิม โดยเฉพาะการปฏิบัติการเชิงรุกดึงดูดนักลงทุนที่จะต้องทำ เพราะการระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นทั่วโลก และเท่าที่ทราบภาคธุรกิจกังวลเรื่องของความมั่นใจในการควบคุมทั้งสถิติผู้ติดเชื้อ และผู้หายจากการติดเชื้อซึ่งจะเป็นจุดตันสินใจของภาคธุรกิจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งการเดินหน้าเศรษฐกิจของรัฐบาลต้องควบคู่ไปกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งจะทำงานอย่างเต็มที่ทั้ง 2 ทาง และขณะนี้ได้มีพระราชกำหนดออกมาช่วยเหลือภาคธุรกิจในการชำระหนี้แล้ว โดยมาได้ถูกเวลา แต่ถ้าหากช้ากว่านี้ก็จะไม่เหมาะสม

พร้อมยอมรับว่าการระบาดโควิด-19ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตัวเลข GDP ของไทยที่ตั้งเป้าไว้ร้อยละ 4 อาจจะไม่เป็นไปตามเป้า แต่ก็จะต้องกัดฟันสู้ พยายามหาโอกาส แม้จะเป็นรูที่เล็กแต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อทุกคนในประเทศ

อย่างไรก็ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศยังคงเดินหน้าต่อ และยังคงมีโครงการดีๆ ยังรออยู่ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนไทยทุกคน

 

Related Posts